ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse หวัง GTA 6 ปูทางขึ้นราคาเกมทั้งวงการ
Martin Klima ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios มองว่า Grand Theft Auto 6 ไม่ใช่เกมที่เขาสนใจเป็นการส่วนตัว และยอมรับตรง ๆ ว่าอาจไม่หยิบมาเล่นด้วยซ้ำเมื่อเกมวางจำหน่าย แต่ถึงอย่างนั้น เขายังหวังให้เกมนี้…

Martin Klima ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios มองว่า Grand Theft Auto 6 ไม่ใช่เกมที่เขาสนใจเป็นการส่วนตัว และยอมรับตรง ๆ ว่าอาจไม่หยิบมาเล่นด้วยซ้ำเมื่อเกมวางจำหน่าย แต่ถึงอย่างนั้น เขายังหวังให้เกมนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเชื่อว่าความสำเร็จของ GTA 6 อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ค่ายเกมอื่น ๆ กล้าปรับราคาขายเกมให้สูงขึ้นได้มากกว่าปัจจุบัน
Klima อธิบายว่าปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมเกมในตอนนี้คือการผลิตเกมระดับ AAA มีต้นทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันฐานผู้เล่นก็เติบโตไม่มากแล้ว และช่องทางดิจิทัลก็ช่วยดึงรายได้จากการขายเกมไปมากจนแทบไม่มีพื้นที่ให้เพิ่มกำไรแบบเดิม ๆ เขามองว่าการขายผ่านร้านค้าปลีกถูกแทนที่ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปจากระบบ ขณะที่ความคาดหวังของผู้เล่นต่อคุณภาพ กราฟิก และขนาดของเกมกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ
จากมุมมองของเขา ทางเลือกที่เหลืออยู่จริง ๆ คือการขึ้นราคาต่อหน่วยของเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายค่ายยังลังเลเพราะเกรงการต่อต้านจากผู้บริโภค Klima เชื่อว่าราคาขายปัจจุบันไม่สอดคล้องกับต้นทุนการพัฒนาอีกต่อไป และหากไม่มีการปรับโครงสร้างรายได้ อุตสาหกรรมอาจเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อช่วงโควิด-19 ซึ่งเคยสร้างอุปสงค์พิเศษให้ตลาดชั่วคราวได้ผ่านพ้นไปแล้ว
เขาชี้ว่าบริษัทอย่าง Rockstar และ Take-Two เป็นเพียงไม่กี่รายที่มีทั้งศักยภาพและความกล้าเพียงพอจะทดลองขึ้นราคาเกมระดับบิ๊กบัดเจ็ตได้ และหาก GTA 6 ทำราคาใหม่แล้วตลาดยอมรับได้ ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานให้เกมอื่น ๆ ขยับราคาตามในอนาคต Klima จึงมองว่าการที่ GTA 6 ประสบความสำเร็จในราคาสูงไม่ได้เป็นประโยชน์แค่กับเจ้าของลิขสิทธิ์เกมเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยให้ทั้งอุตสาหกรรมมีทางรอดทางธุรกิจมากขึ้น
บทความยังระบุด้วยว่าแนวคิดเรื่องการดันราคาเกมให้สูงขึ้นไม่ใช่สิ่งที่มีแต่ผู้บริหารค่ายเกมพูดถึงเท่านั้น ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์การเงินก็เคยเสนอว่าหาก GTA 6 ทำราคาได้สูงกว่ามาตรฐานและยังขายดี ก็อาจเป็นแรงส่งให้ทั้งวงการปรับเพดานราคาใหม่ได้ ในกรณีของ Take-Two นั้น บริษัทได้ยืนยันแล้วว่า GTA 6 จะเปิดตัวที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าราคามาตรฐานของเกมฟอร์มยักษ์อยู่พอสมควร และหากนับเนื้อหาที่ผูกกับเอดิชันราคาแพงขึ้น ก็เท่ากับอาจแตะระดับใกล้ 100 ดอลลาร์ได้
โดยรวมแล้ว มุมมองของ Klima สะท้อนความกังวลของผู้พัฒนาเกมหลายรายที่เห็นว่าต้นทุนการสร้างเกมยุคใหม่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ที่ทำได้จากการขายเกมแบบเดิม เขาหวังว่า GTA 6 จะเป็นตัวอย่างที่ทำให้ตลาดยอมรับราคาที่สูงขึ้น และอาจเปิดทางให้ค่ายอื่น ๆ ปรับโมเดลรายได้ตามความเป็นจริงของต้นทุนการผลิตในยุคปัจจุบัน


