ตำรวจเกาหลีใต้จับแก๊งแฮ็กเกอร์ใช้ AI เจาะบริษัทกว่า 60 แห่ง แต่ได้เงินค่าไถ่เพียงราว 210 ดอลลาร์
ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องสงสัย 7 คนในเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยโจมตีระบบของบริษัทเอกชนหลายแห่ง โดยมีรายงานว่ากลุ่มนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากมากกว่า 90 บริษัท…

ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องสงสัย 7 คนในเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยโจมตีระบบของบริษัทเอกชนหลายแห่ง โดยมีรายงานว่ากลุ่มนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากมากกว่า 90 บริษัท และโจมตีสำเร็จราว 60 แห่งผ่านเทคนิคที่ผสมทั้งการเขียนโค้ดด้วย AI และระบบทดสอบเจาะระบบอัตโนมัติ
คดีนี้ถูกเปิดเผยจากการรายงานของสื่อเกาหลีใต้หลายสำนัก ระบุว่าข้อมูลที่ถูกขโมยไปมีทั้งชื่อ หมายเลขทะเบียน เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของลูกค้า รวมแล้วอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลมากถึง 8.2 ล้านระเบียน ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ก่อเหตุยังส่งอีเมลข่มขู่ไปยังเหยื่อเพื่อกดดันให้จ่ายเงิน โดยอ้างว่าหากข้อมูลรั่วไหลออกสู่สาธารณะ บริษัทจะเสียชื่อเสียงและอาจถูกหน่วยงานรัฐลงโทษปรับ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทางการเงินของแก๊งนี้กลับน้อยกว่าที่คาดมาก แม้จะเรียกค่าไถ่รวม 360 ล้านวอน หรือราว 2.7 แสนดอลลาร์ แต่มีรายงานว่าได้รับเงินจริงเพียง 30 万วอน หรือประมาณ 210 ดอลลาร์เท่านั้น และข้อมูลที่ขโมยไปยังไม่พบว่าถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บในเวลานี้ ตำรวจเชื่อว่าการเข้าปราบปรามได้ค่อนข้างเร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ยอมจ่ายเงิน
ผู้ต้องสงสัยถูกจับระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน หลังมีบริษัทหนึ่งแจ้งความในเดือนมิถุนายน และการสืบสวนเริ่มอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม รายงานยังระบุว่าหัวหน้าแก๊งอายุ 32 ปีไม่ได้มีพื้นฐานสายไอที แต่เรียนรู้เรื่องแฮ็กจากวิดีโอใน YouTube และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ขณะที่ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มนี้เคยฝึกฝนการเจาะระบบเชิงจำลองในบริษัทด้านความปลอดภัยช่วงปี 2019-2022
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นจากการนำ AI ไปใช้โดยผู้ไม่หวังดี เพราะแม้ผู้นำกลุ่มจะไม่มีพื้นฐานเทคนิคแข็งแรง แต่ก็ยังสามารถใช้เครื่องมืออัตโนมัติช่วยโจมตีและเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ในวงกว้าง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถูกมองเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า AI กำลังถูกนำไปใช้ในอาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น แม้ผลตอบแทนจริงอาจไม่ได้สูงอย่างที่ผู้ก่อเหตุคาดหวังก็ตาม


