Netflix เดินหน้าสร้างซีรีส์และหนังดัดแปลงเกม Sega 3 เรื่องรวด
Netflix ประกาศขยายไลน์อัปงานดัดแปลงจากวิดีโอเกมอีกครั้ง โดยรอบนี้จับมือ Sega ทำโปรเจ็กต์ใหม่พร้อมกัน 3 ชิ้น ได้แก่ ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันแนวคอมเมดี้จาก Crazy Taxi, ซีรีส์แอนิเมชัน Sonic เวอร์ชันใหม่ และ…

Netflix ประกาศขยายไลน์อัปงานดัดแปลงจากวิดีโอเกมอีกครั้ง โดยรอบนี้จับมือ Sega ทำโปรเจ็กต์ใหม่พร้อมกัน 3 ชิ้น ได้แก่ ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันแนวคอมเมดี้จาก Crazy Taxi, ซีรีส์แอนิเมชัน Sonic เวอร์ชันใหม่ และงานดัดแปลงจาก Stranger Than Heaven เกมที่ยังไม่วางจำหน่ายของ RGG Studio ในรูปแบบไลฟ์แอ็กชันแนวอาชญากรรม
ในส่วนของ Crazy Taxi โปรเจ็กต์ถูกวางให้เป็นหนังตลกคนแสดง โดยได้ทีมเขียนบท Dan Gregor และ Doug Mand ซึ่งเคยทำงานกับการรีบูต The Naked Gun เวอร์ชันปี 2025 ขณะที่งานสร้างจะมี Neal H. Moritz, Toby Ascher และ Toru Nakahara ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์สาย Sonic เข้ามาดูแลต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า Netflix ต้องการให้หนังเรื่องนี้เดินไปในโทนบ้าพลัง สนุก และเข้าถึงแฟนเกมดั้งเดิมได้ง่าย
สำหรับ Sonic ซีรีส์แอนิเมชันใหม่ถูกออกแบบให้เหมาะกับผู้ชมวัยเด็กระดับก่อนประถม แต่ยังคงพลัง ความเร็ว และอารมณ์ขันแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคย Netflix และ Sega ระบุว่าต้องการให้เรื่องนี้มีทั้งความน่ารัก ความเท่ และความรู้สึกผูกพันกับทีมตัวละครมากพอที่จะดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มก็ยังมี Sonic Prime ทั้ง 3 ซีซันให้สตรีมอยู่แล้ว
ด้าน Stranger Than Heaven ซึ่งยังไม่ออกสู่ตลาด แต่ถูกวางแผนดัดแปลงเป็นไลฟ์แอ็กชันแนวอาชญากรรม เล่าเรื่องในญี่ปุ่นช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านตัวเอกชาวต่างชาติที่ไต่เต้าจากคนตกอับสู่โลกยากูซ่าและธุรกิจบันเทิง เรื่องนี้เป็นผลงานจาก RGG Studio เจ้าของซีรีส์ Like a Dragon / Yakuza และแม้รายละเอียดจะยังถูกเก็บเป็นความลับ แต่ Netflix ชี้ว่าการนำมาสร้างเป็นหนังจะช่วยเปิดมุมใหม่ให้กับโลกของเรื่อง
ผู้บริหารของทั้งสองค่ายต่างเน้นว่าความร่วมมือนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการหยิบแฟรนไชส์ที่มีฐานแฟนแข็งแรง มาต่อยอดด้วยการเล่าเรื่องที่เคารพต้นฉบับและพร้อมขยายไปสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่ Sega มองว่า Netflix มีประสบการณ์ในการดัดแปลงเรื่องราวหลายรูปแบบ และต้องการใช้โอกาสนี้ทดสอบศักยภาพใหม่ ๆ ของแบรนด์เกมในคลังของบริษัท
การประกาศครั้งนี้ยังตอกย้ำว่า Netflix เอาจริงกับตลาดอะแดปต์เกมอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีโปรเจ็กต์จาก Assassin’s Creed, Gears of War, Minecraft, Magic: The Gathering, Clash of Clans, Overcooked รวมถึงภาคต่อของ Cyberpunk: Edgerunners และ Splinter Cell: Deathwatch อยู่ในคิวด้วย สะท้อนว่าแพลตฟอร์มกำลังวางเกมเป็นหนึ่งในเสาหลักของคอนเทนต์อนาคตอย่างชัดเจน


