แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
AI

อินเทอร์เน็ตยุคเอเยนต์ AI อาจสะดวกขึ้นสำหรับบอท แต่แย่ลงสำหรับคนทั่วไป

บทความชี้ว่าอินเทอร์เน็ตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้แบ่งผู้ใช้ออกเป็นแค่ “คน” กับ “บอท” อีกต่อไป แต่มีผู้เล่นกลุ่มที่สามคือเอเยนต์ AI ซึ่งทำงานแทนมนุษย์ได้จริง เช่น จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม…

อินเทอร์เน็ตยุคเอเยนต์ AI อาจสะดวกขึ้นสำหรับบอท แต่แย่ลงสำหรับคนทั่วไป

บทความชี้ว่าอินเทอร์เน็ตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้แบ่งผู้ใช้ออกเป็นแค่ “คน” กับ “บอท” อีกต่อไป แต่มีผู้เล่นกลุ่มที่สามคือเอเยนต์ AI ซึ่งทำงานแทนมนุษย์ได้จริง เช่น จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม หรือช่วยต่อรองราคาออนไลน์ เอเยนต์เหล่านี้เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น หลังการเปิดตัวแอปอย่าง Dots ของ OpenAI และ Muse ของ Meta โดยมีสัญญาณว่าปริมาณทราฟฟิกจากเอเยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง

การเข้ามาของเอเยนต์ทำให้เว็บไซต์จำนวนมากอยู่ในภาวะลำบาก เพราะระบบที่ใช้แยกแยะผู้ใช้ปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับมนุษย์และบอทแบบดั้งเดิม ไม่ได้รองรับตัวแทนดิจิทัลที่ทำงานในนามของบุคคลจริง หลายแพลตฟอร์มจึงเลือกทางง่ายที่สุดคือปิดกั้นเอเยนต์ไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์จองอาหาร สั่งอาหาร หรือบริการท่องเที่ยวบางประเภท ขณะที่บริษัทใหญ่บางรายอย่าง Amazon ก็มีท่าทีแข็งกร้าวถึงขั้นเดินหน้าฟ้องร้องเพื่อจำกัดการเข้าถึงของเอเยนต์คู่แข่ง

เหตุผลของฝั่งแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับโมเดลธุรกิจด้วย โดยเฉพาะธุรกิจโฆษณาและการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ หากเอเยนต์เข้ามาเป็นคนกลางมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ จะยากต่อการแยกแยะว่าการเข้าชมหรือการคลิกนั้นมาจากมนุษย์หรือเครื่องจักร ส่งผลต่อการยิงโฆษณา การตั้งราคา และการวัดผลทางการตลาด ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้พัฒนาเอเยนต์ก็โต้แย้งว่าเครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และสามารถทำงานที่น่ารำคาญหรือซับซ้อนได้แทนคนจริง

บทความเตือนว่า หากการใช้งานเอเยนต์กลายเป็นเรื่องปกติ แพลตฟอร์มต่าง ๆ จะเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับเอเยนต์โดยเฉพาะ เพราะมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอีคอมเมิร์ซที่มีสัดส่วนทราฟฟิกจากเอเยนต์สูงอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น Shopify ที่เริ่มสร้างเส้นทางชำระเงินพิเศษสำหรับเอเยนต์ เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าที่ออกแบบมาสำหรับมนุษย์

อย่างไรก็ตาม การที่เว็บถูกออกแบบเพื่อเอเยนต์มากขึ้นอาจทำให้ประสบการณ์ของคนจริงแย่ลง เว็บไซต์อาจละเลยอินเทอร์เฟซสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะให้ความสำคัญกับการให้เครื่องจักรทำธุรกรรมแทนมนุษย์มากขึ้น ผู้ใช้ที่ยังต้องการค้นหา เปรียบเทียบ หรือซื้อของด้วยตนเองอาจต้องเจอกับหน้าจอที่ยุ่งยากกว่าเดิม ระบบยืนยันตัวตนก็อาจเข้มงวดและสร้างภาระมากขึ้น เช่น ต้องยืนยันความเป็นมนุษย์บ่อยขึ้น หรือใช้วิธีตรวจสอบที่ล้ำหน้าและรุกล้ำความเป็นส่วนตัวกว่าเดิม

อีกความเสี่ยงสำคัญคือความไม่โปร่งใสของข้อมูลที่เอเยนต์นำเสนอ หากเอเยนต์ถูกแทรกแซงด้วยโฆษณา คอมมิชชัน หรือผลประโยชน์จากแพลตฟอร์ม ผู้ใช้อาจไม่รู้เลยว่าคำแนะนำหรือราคาที่ได้รับถูกบิดเบือนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทำให้ความหวังเรื่องเอเยนต์ที่ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้บริโภค อาจกลายเป็นประโยชน์ที่ถูกครอบงำโดยผลประโยชน์ทางธุรกิจแทน

สรุปแล้ว บทความมองว่าอนาคตของอินเทอร์เน็ตไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเอเยนต์ AI จะเก่งแค่ไหนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “กติกา” ที่จะกำหนดว่าเอเยนต์ควรทำอะไรได้บ้างบนเว็บ กติกาบางอย่าง เช่น การจำกัดไม่ให้เอเยนต์จัดการข้อมูลบัตรเครดิตอย่างเสรี เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นพ้อง แต่ประเด็นใหญ่จริง ๆ คือเว็บไซต์มีสิทธิ์ปฏิเสธเอเยนต์หรือไม่ และเอเยนต์ควรถูกอนุญาตให้ต่อรองแทนผู้บริโภคได้มากแค่ไหน ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้จะกำหนดว่าเว็บยุคใหม่จะเอื้อประโยชน์ต่อคนทั่วไป หรือกลับกลายเป็นระบบที่เหมาะกับเครื่องจักรมากกว่ามนุษย์

AI

ศาลอุทธรณ์สหรัฐยืนคำตัดสิน Thomson Reuters ชนะคดีลิขสิทธิ์ AI

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขตที่สามมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีที่ Thomson Reuters ยื่นฟ้อง ROSS Intelligence อดีตสตาร์ทอัปด้านการค้นคว้ากฎหมาย โดยสรุปแล้วศาลเห็นชอบว่าการนำหัวข้อสรุปคดีหรือ headnotes ของ Westlaw ไปใช้พัฒนาเครื่องมือค้นหาที่ใช้ AI ของอีกฝ่าย ไม่เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม (fair use) คดี…

เตือนผู้ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น: กล้องและไมค์อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
AI

เตือนผู้ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น: กล้องและไมค์อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว

บทความชี้ให้เห็นว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ทำความสะอาดอัตโนมัติอีกต่อไป แต่หลายรุ่นติดตั้งกล้องและไมโครโฟนเพื่อช่วยนำทาง สแกนพื้นที่ และทำให้การทำงานแม่นยำขึ้น ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจริง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ข้อมูลภาพ เสียง และแผนผังภายในบ้านถูกเก็บไว้ที่ไหน…

Nscale กับ Anthropic เจรจาดีลคอมพิวต์ใหม่อีก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังเพิ่งประกาศดีลใหญ่ในสิงหาคม
AI

Nscale กับ Anthropic เจรจาดีลคอมพิวต์ใหม่อีก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังเพิ่งประกาศดีลใหญ่ในสิงหาคม

รายงานจาก TechCrunch ระบุว่า Nscale และ Anthropic กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาดีลด้านคอมพิวต์ครั้งใหม่มูลค่าราว 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีขนาดเท่ากับข้อตกลงที่ทั้งสองบริษัทเพิ่งประกาศไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หากเกิดขึ้นจริง จะสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ของ…