ซีรีส์ Mass Effect ของ Amazon ยังเดินหน้าต่อ แม้ BioWare ปิดตัว
รายงานจาก IGN ระบุว่าโปรเจกต์ซีรีส์ Mass Effect ของ Prime Video ยังมีแผนเดินหน้าต่อ แม้ต้นสังกัดผู้สร้างเกมอย่าง BioWare จะถูกปิดกิจการไปแล้วก็ตาม ประเด็นนี้ทำให้ซีรีส์ดังกล่าวกลายเป็นผลงานอีกชิ้นที่…

รายงานจาก IGN ระบุว่าโปรเจกต์ซีรีส์ Mass Effect ของ Prime Video ยังมีแผนเดินหน้าต่อ แม้ต้นสังกัดผู้สร้างเกมอย่าง BioWare จะถูกปิดกิจการไปแล้วก็ตาม ประเด็นนี้ทำให้ซีรีส์ดังกล่าวกลายเป็นผลงานอีกชิ้นที่ต่อยอดจากแฟรนไชส์ซึ่งไม่ได้มีทีมผู้ให้กำเนิดเดิมอยู่ครบถ้วนอีกต่อไป และยิ่งสะท้อนภาพความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง EA กับสตูดิโอในเครือที่เคยโดดเด่นด้านเกม RPG แบบเล่นคนเดียว
แหล่งข่าวระบุว่าซีรีส์ Mass Effect อยู่ระหว่างพัฒนากับ Prime Video ตั้งแต่ปี 2024 และจะเล่าเรื่องในช่วงหลังไตรภาคต้นฉบับ ดังนั้นจึงไม่ได้ผูกติดกับตัวละครหรือเหตุการณ์เดิมแบบตรงตัวมากนัก อย่างไรก็ดี ข่าวการเดินหน้าของซีรีส์ก็ยังถูกมองด้วยความรู้สึกกึ่งหวานกึ่งขม เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่สตูดิโอซึ่งสร้างโลกและเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์นี้ได้ถูกยุบไปแล้ว
บทความชี้ว่า EA ยังคงถือสิทธิ์ใน IP ของ Mass Effect ดังนั้นแบรนด์นี้ยังไม่หายไปจากตลาดแน่นอน แต่อนาคตของงานเกมภายใต้ชื่อดังกล่าวดูไม่สดใสนัก โดยเฉพาะเมื่อโปรเจกต์เกม Mass Effect ภาคใหม่ถูกยกเลิกไปแล้ว และผู้เขียนมองว่า EA มีแนวโน้มจะทุ่มทรัพยากรไปกับซีรีส์ที่สร้างรายได้ชัดเจนกว่า เช่น เกมกีฬา, The Sims หรือเกมยิง มากกว่าจะกลับมาลงทุนกับ RPG แนวเนื้อเรื่องอย่างเต็มที่
เนื้อหาในบทความยังย้อนถึงประวัติของ BioWare ภายใต้การดูแลของ EA ว่าถูกค่อย ๆ ลดทอนศักยภาพลงเรื่อย ๆ จากสตูดิโอที่ครั้งหนึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิต RPG ชั้นยอด กลายเป็นทีมที่ต้องเผชิญแรงกดดันด้านกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจจำนวนมาก ผู้เขียนยกตัวอย่าง Anthem ว่าเป็นผลลัพธ์ของการบริหารที่ไม่เข้าใจจุดแข็งของสตูดิโอ ขณะเดียวกัน Dragon Age: The Veilguard ก็สะท้อนความวุ่นวายของการพัฒนาที่เปลี่ยนทิศทางหลายครั้งก่อนออกมาเป็นเกมที่ได้รับเสียงตอบรับปานกลาง
ในภาพรวม ผู้เขียนมองว่าการที่ซีรีส์ Mass Effect ยังไปต่อได้ เป็นเหมือนการรีดมูลค่ารอบสุดท้ายจากทรัพย์สินทางปัญญาของ BioWare มากกว่าจะเป็นการสานต่อมรดกของสตูดิโออย่างมีเกียรติ แม้จะมีความเป็นไปได้ว่าผลงานบนจอของ Prime Video อาจทำได้ดี แต่ความสำเร็จนั้นอาจไม่ได้ย้อนกลับไปยกเครดิตให้กับ EA หรือสะท้อนความสำเร็จของการดูแลสตูดิโอเดิมอย่างแท้จริง


