พบ GigaWiper มัลแวร์ใหม่ที่ล้างข้อมูลไดรฟ์และสอดแนมหน้าจอได้ในตัวเดียว
ไมโครซอฟท์เปิดเผยการวิเคราะห์มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ GigaWiper ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามที่อันตรายเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้ทำได้แค่ทำลายข้อมูล แต่ยังมีความสามารถในการสอดแนมและควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้พร้อม…

ไมโครซอฟท์เปิดเผยการวิเคราะห์มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ GigaWiper ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามที่อันตรายเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้ทำได้แค่ทำลายข้อมูล แต่ยังมีความสามารถในการสอดแนมและควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้พร้อมกัน จุดเด่นของมันคือการผสมคุณสมบัติของมัลแวร์หลายตระกูลเข้าด้วยกัน ทำให้มีทั้งเครื่องมือสำหรับลบข้อมูลในระดับดิสก์จริงและฟังก์ชันสำหรับแอบดูการใช้งานของเหยื่อ
ในส่วนการทำลายข้อมูล GigaWiper สามารถเขียนทับข้อมูลดิบในไดรฟ์และลบข้อมูลเมตาของพาร์ทิชัน ทำให้กู้คืนได้ยากมาก ไมโครซอฟท์ระบุว่ามันมีหลายวิธีในการล้างข้อมูล เช่น โหมดที่เจาะจงลบไดรฟ์ของ Windows โดยใช้การเขียนทับหลายรอบด้วยรูปแบบไบต์ต่าง ๆ และอีกวิธีหนึ่งจะตรวจหาดิสก์จริง ลบอ้างอิงพาร์ทิชันของไดรฟ์อื่น ๆ เขียนทับเนื้อหาดิบด้วยข้อมูลสุ่ม แล้วรีบูตเครื่องเพื่อทำลายโอกาสในการกู้คืนข้อมูล
รายงานยังชี้ว่ามีส่วนประกอบที่เลียนแบบพฤติกรรมแบบแรนซัมแวร์ แต่แทนที่จะเรียกค่าไถ่ มันกลับเข้ารหัสไฟล์แล้วทิ้งกุญแจเข้ารหัสไปเลย ส่งผลให้ไฟล์ใช้งานไม่ได้แบบถาวร แนวทางนี้ทำให้มันต่างจากแรนซัมแวร์ทั่วไปที่ยังมี “ช่องทางต่อรอง” เพราะเป้าหมายของมัลแวร์ชนิดนี้คือการทำลายข้อมูลมากกว่าการแสวงหาประโยชน์ทางการเงินจากการไถ่คืน
นอกจากทำลายข้อมูลแล้ว GigaWiper ยังสามารถจับภาพหน้าจอ สตรีมเดสก์ท็อป และเปิดทางให้ควบคุมเครื่องผ่านเซิร์ฟเวอร์ TCP ภายนอกได้ โดยมีการซ่อนตัวผ่านงานตามกำหนดการของ OneDrive ซึ่งทำให้ตรวจจับได้ยากขึ้น ความสามารถแบบ “ครบชุด” นี้ทำให้มันไม่ใช่แค่มัลแวร์ล้างข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือโจมตีที่รองรับทั้งการเฝ้าระวังและการปฏิบัติการต่อเครื่องที่ถูกเจาะแล้ว
แม้จะดูน่ากังวล แต่ในบริบทผู้ใช้ทั่วไป ไมโครซอฟท์และรายงานที่อ้างถึงมองว่า GigaWiper มีเป้าหมายหลักไปที่องค์กร มากกว่าพีซีส่วนบุคคล และจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อผู้โจมตีเจาะเข้ามาในเครื่องได้ก่อน ดังนั้นการอัปเดตซอฟต์แวร์ความปลอดภัยและระบบอย่างสม่ำเสมอยังเป็นแนวทางพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน
สำหรับผู้ดูแลระบบและองค์กร ไมโครซอฟท์แนะนำให้เสริมการป้องกันระดับเครือข่ายหลายชั้น รวมถึงมาตรการอย่าง tenant-wide tamper protection เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากผู้โจมตีตั้งแต่ต้นทาง ประเด็นนี้สะท้อนว่าภัยคุกคามยุคใหม่ไม่ได้มุ่งแค่เข้ารหัสข้อมูล แต่สามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐานและสอดแนมผู้ใช้ได้ในเครื่องมือเดียว จึงควรถือเป็นสัญญาณให้ทบทวนนโยบายความปลอดภัยและการสำรองข้อมูลอย่างจริงจัง


