Metro 2039 พรีวิวแรกโชว์เกมเพลย์โหด ดิบ และละเอียดแบบงานคราฟต์
Metro 2039 ในพรีวิวแรกถูกนำเสนอในฐานะเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบเล่นคนเดียวที่ยังคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้เต็มที่ แต่ยกระดับความกดดันและความหลากหลายของเกมเพลย์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผู้เขียนทดลองเล่นราว 3-…

Metro 2039 ในพรีวิวแรกถูกนำเสนอในฐานะเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบเล่นคนเดียวที่ยังคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้เต็มที่ แต่ยกระดับความกดดันและความหลากหลายของเกมเพลย์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผู้เขียนทดลองเล่นราว 3-4 ชั่วโมงและสรุปว่าตัวเกมไม่ประคองผู้เล่น ไม่อธิบายมาก และโยนผู้เล่นเข้าสู่สภาพแวดล้อมหลังวันสิ้นโลกที่อันตรายแทบทุกย่างก้าวอย่างตรงไปตรงมา
จุดที่โดดเด่นที่สุดคือบรรยากาศและงานออกแบบฉากซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนสร้างขึ้นด้วยมืออย่างประณีต ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยรายละเอียด เศษซาก และเบาะแสที่สื่อถึงโลกซึ่งพังทลายลงอย่างสมจริง ตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดินที่ยังมีผู้คนและร้านค้า ไปจนถึงผิวโลกที่เต็มไปด้วยความตาย ผู้เล่นแทบไม่เคยอยู่ในจุดที่ปลอดภัยจริง ๆ เพราะนอกจากสัตว์กลายพันธุ์หลากชนิดแล้ว ยังมีผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นที่พร้อมโจมตีทันทีเมื่อเจอหน้า
ระบบเอาตัวรอดเป็นหัวใจสำคัญของเกม ผู้เล่นต้องเฝ้าดูเวลาของไส้กรองหน้ากากที่ลดลงตลอดเวลา เก็บทรัพยากรทุกชิ้นเพื่อคราฟต์ไอเท็มจำเป็น เช่น ชุดปฐมพยาบาล กระสุน และไส้กรองใหม่ ทำให้การสำรวจแต่ละครั้งมีความหมายมากขึ้น เกมยังใส่ปริศนาสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบให้ใช้ไฟ UV ช่วยอ่านร่องรอยหรือคำใบ้ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งมักให้ผลตอบแทนเป็นของจำเป็นต่อการอยู่รอด
อาวุธและการปรับแต่งก็เป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนของอาวุธได้หลายส่วน ตั้งแต่ศูนย์เล็งไปจนถึงลำกล้อง และต้องบริหารกระสุนอย่างรัดกุมเพราะทรัพยากรมีจำกัดมาก ระหว่างการสู้กับศัตรูขนาดใหญ่หรือกลุ่มศัตรูจำนวนมาก เกมบีบให้ผู้เล่นใช้ทุกอย่างที่มี ตั้งแต่กระสุนหลายชนิดไปจนถึงมีดและโมโลตอฟค็อกเทล ซึ่งช่วยขยายทางเลือกเชิงยุทธวิธีได้ดี
อีกสิ่งที่พรีวิวชื่นชมคือความหลากหลายของสถานการณ์การเล่น ตลอดเวลาไม่รู้สึกว่ากำลังทำกิจกรรมเดิมซ้ำ ๆ เพราะเกมสลับทั้งการสำรวจ การลอบเร้น การยิงแบบเปิดเผย การต่อสู้ระยะประชิด และฉากเผชิญหน้าที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างต่อเนื่อง ผู้เขียนมองว่าความกระชับและไร้ส่วนเกินนี้ทำให้ Metro 2039 แตกต่างจากเกมยิงบริการยาว ๆ ในตลาดปัจจุบัน
โดยรวมแล้ว พรีวิวนี้วาดภาพ Metro 2039 ว่าเป็นเกมที่จริงจัง ดุดัน และพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ สำหรับแฟนซีรีส์เดิมน่าจะได้สิ่งที่คุ้นเคย แต่สำหรับผู้เล่นใหม่ก็ยังเข้าถึงได้ผ่านการออกแบบที่ชัดเจนว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีราคาที่ต้องจ่าย และการเอาชีวิตรอดคือเป้าหมายเดียวที่สำคัญที่สุด


