ไมโครซอฟท์ส่งสัญญาณปิด Ninja Theory หลังดีลช่วยเหลือล่ม
ไมโครซอฟท์ส่งสัญญาณชัดเจนว่ากำลังเดินหน้ากระบวนการปิดสตูดิโอ Ninja Theory ผู้พัฒนาเกม Hellblade หลังจากความพยายามทำข้อตกลงเพื่อพยุงสตูดิโอไว้ล้มเหลวถึง 2 ครั้ง โดยขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการปรึกษาหารือตาม…

ไมโครซอฟท์ส่งสัญญาณชัดเจนว่ากำลังเดินหน้ากระบวนการปิดสตูดิโอ Ninja Theory ผู้พัฒนาเกม Hellblade หลังจากความพยายามทำข้อตกลงเพื่อพยุงสตูดิโอไว้ล้มเหลวถึง 2 ครั้ง โดยขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการปรึกษาหารือตามกฎหมายแรงงานของสหราชอาณาจักรกับพนักงานในสตูดิโอที่เมืองเคมบริดจ์แล้ว แม้บริษัทจะระบุว่ายังเปิดทางให้หาข้อตกลงอื่นเพื่อกู้สถานการณ์ได้ก็ตาม
Matt Booty หัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์ของ Xbox ระบุในบล็อกโพสต์ว่า “น่าเสียดาย” ที่ข้อตกลงสองฉบับสำหรับ Ninja Theory ไม่สำเร็จ จึงต้องเริ่มกระบวนการหารือกับพนักงานเกี่ยวกับแผนปิดสตูดิโอ ขณะเดียวกันก็ยังพยายามมองหาทางเลือกอื่นต่อไป คำแถลงดังกล่าวตอกย้ำว่าชะตาของสตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Hellblade กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
รายงานนี้เกิดขึ้นหลังจากไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดตัวเกม Senua ภาคต่อในซีรีส์ Hellblade ระหว่างงาน Xbox Games Showcase เดือนมิถุนายน ซึ่งในตอนนั้นยังไม่สะท้อนถึงความเสี่ยงต่อการปิดสตูดิโอมากนัก แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีบันทึกภายในของ CEO คนใหม่ของ Xbox ที่ส่งสัญญาณการ “รีเซ็ต” ธุรกิจ และชี้ว่าอาจมีการปลดคนจำนวนมากและปิดสตูดิโอบางแห่ง ก่อนจะมีการยืนยันในเดือนกรกฎาคมว่า Ninja Theory อยู่ในรายชื่อสตูดิโอที่ได้รับผลกระทบ
ความย้อนแย้งระหว่างการประกาศเกมใหม่กับแผนปิดสตูดิโอในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เกิดคำถามจากแฟน ๆ ว่า Microsoft วางแผนอย่างไรกับ Ninja Theory รายงานยังอ้างว่าไมโครซอฟท์อาจตั้งใจให้การเปิดตัวเกมใหม่ช่วยดึงความสนใจหรือความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่อสตูดิโอ แต่แผนดังกล่าวไม่เป็นผล
อนาคตของ Senua และแฟรนไชส์ Hellblade จึงยังไม่แน่นอน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายเพื่อช่วยทั้งสตูดิโอและทรัพย์สินทางปัญญาของเกม อย่างไรก็ดี กรณีของ Double Fine และ Compulsion ซึ่งสามารถแยกตัวเป็นอิสระพร้อม IP และเงินทุนสำหรับเกมใหม่ได้ แสดงให้เห็นว่ามีแนวทางเจรจาอื่นที่เป็นไปได้ หาก Microsoft ยินยอมปล่อยทรัพย์สินบางส่วนออกไป
ในภาพรวม ข่าวนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Microsoft ที่กำลังหันไปให้ความสำคัญกับแฟรนไชส์หลักที่ทำรายได้สูง เช่น Minecraft, Halo, Fallout และ The Elder Scrolls เพื่อพยุงรายได้และผลกำไรของฝั่ง Xbox หลังผลงานเชิงพาณิชย์ของ Hellblade ยังไม่แข็งแรงพอจะรองรับต้นทุนการดำเนินงานของสตูดิโอได้เต็มที่


