ม็อดแปลง Diablo 2 Resurrected เป็นเกม VR แม้น่าจะเล่นจริงได้ยาก
ม็อดเดอร์รายหนึ่งนำ Diablo 2: Resurrected มาดัดแปลงให้กลายเป็นเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งในระบบ VR โดยอาศัยม็อดฐานเดิมหลายตัวร่วมกัน ทั้งการแปลงภาพเป็นสามมิติ การปรับกล้อง และระบบเดินด้วยการขยับตัวของผู้…

ม็อดเดอร์รายหนึ่งนำ Diablo 2: Resurrected มาดัดแปลงให้กลายเป็นเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งในระบบ VR โดยอาศัยม็อดฐานเดิมหลายตัวร่วมกัน ทั้งการแปลงภาพเป็นสามมิติ การปรับกล้อง และระบบเดินด้วยการขยับตัวของผู้เล่น ผลลัพธ์ที่ได้แม้ยังดูไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทำให้เห็นภาพว่าเกมแอ็กชัน RPG สุดคลาสสิกสามารถถูกยกระดับให้เข้าไปอยู่ “ในโลกเกม” ได้จริงในเชิงเทคนิค
ผู้สร้างม็อดคือผู้ใช้ Reddit ชื่อ fantasticauthor2736 ซึ่งยังไม่ได้ปล่อยไฟล์ให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ แต่ได้เผยคลิปตัวอย่างการเล่นออกมาแล้ว ในคลิปช่วงต้นเกม ผู้เล่นสามารถใช้คอนโทรลเลอร์ VR ชี้เป้าศัตรูและปล่อยเวทมนตร์อย่างลูกไฟได้โดยตรง ขณะเดียวกันก็มีการปรับอินเทอร์เฟซใหม่ให้เหมาะกับการเล่นแบบ VR เช่น ย้ายช่องเก็บของไปไว้ที่เข็มขัด และนำหน้าต่างพลังชีวิต มานา และแถบสกิลไปไว้ที่ข้อมือซ้าย ส่วนแผนที่ถูกเรียกออกมาเป็นวัตถุที่ถือไว้ในมือแทนการซ้อนทับบนจอ
เบื้องหลังของโปรเจ็กต์นี้ต่อยอดมาจากม็อด D2R-3D ของ emmericp ซึ่งพิสูจน์ว่า Diablo 2: Resurrected มีข้อมูลกราฟิกแบบ 3D อยู่แล้ว เพียงแค่เกมถูกนำเสนอในมุมกล้องแบบ isometric เท่านั้น การปรับกล้องให้เห็นโลกในมุมใหม่จึงเป็นไปได้ในทางเทคนิค แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแก้ทั้งการคำนวณการยิงกระสุน แสง เงา และองค์ประกอบอื่น ๆ ให้ทำงานได้เมื่อซูมเข้าใกล้ตัวละครมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ม็อดดังกล่าวยังมีข้อจำกัดสำคัญหลายอย่าง เช่น บั๊กของตัวหนังสือไอเท็มที่ลอยผิดตำแหน่ง ระบบเล็งเป้าที่ยังใช้งานไม่สมบูรณ์ และปัญหาที่หนักที่สุดคือระบบตรวจสอบไฟล์ของ Blizzard ซึ่งทำให้เกมเด้งหลังเล่นไปได้เพียงราวหนึ่งนาที ผู้พัฒนาม็อดยอมรับว่ามีวิธีเลี่ยงอยู่ แต่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ที่อาจเข้าข่ายช่วยโกง จึงไม่ได้อธิบายรายละเอียดต่อสาธารณะ
ม็อด VR เวอร์ชันใหม่จึงมีแนวโน้มเผชิญข้อจำกัดแบบเดียวกัน เพราะมันอาศัยการแก้ไขโค้ดเกมต้นทาง และ Diablo 2: Resurrected ก็ยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อออนไลน์ ทำให้การเล่นอย่างเสถียรด้วยม็อดประเภทนี้แทบเป็นไปไม่ได้ในสภาพแวดล้อมปกติ ถึงอย่างนั้น โครงการนี้ก็สะท้อนให้เห็นพลังของชุมชนม็อดเดอร์ที่สามารถพลิกเกมเก่าให้มีประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
บทความยังโยงไปถึงกระแสความคาดหวังต่อ Diablo ภาคถัดไป โดยมีการพูดถึงทิศทางของแฟรนไชส์ที่อาจหันกลับไปสู่การเล่นแบบค่อยเป็นค่อยไปและเน้นจังหวะการต่อสู้อย่างที่ Diablo 2 เคยทำไว้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทั้งผู้กำกับเกมของซีรีส์และผู้สร้าง Path of Exile เคยแสดงความเห็นว่าน่าสนใจ ดังนั้น แม้ม็อด VR นี้อาจยังเล่นได้จริงไม่มากนัก แต่มันก็ชี้ให้เห็นว่า Diablo 2 ยังเป็นต้นแบบสำคัญของเกมแนว ARPG ในยุคปัจจุบันอยู่เสมอ


