Monster Hunter Outlanders รีวิวแรก: ยกสูตร World ลงมือถือได้ใกล้เคียง แต่ติดระบบสะสมและความช้า
Monster Hunter Outlanders เป็นสปินออฟบนมือถือที่พยายามนำแกนหลักของซีรีส์ Monster Hunter World มาย่อและปรับให้เข้ากับการเล่นบนสมาร์ตโฟนได้อย่างน่าประหลาดใจ จากการลองเล่นราว 6 ชั่วโมง ผู้รีวิวมองว่าเกม…

Monster Hunter Outlanders เป็นสปินออฟบนมือถือที่พยายามนำแกนหลักของซีรีส์ Monster Hunter World มาย่อและปรับให้เข้ากับการเล่นบนสมาร์ตโฟนได้อย่างน่าประหลาดใจ จากการลองเล่นราว 6 ชั่วโมง ผู้รีวิวมองว่าเกมนี้ไม่ได้พยายามรื้อสูตรเดิม แต่เลือก “จัดรูปแบบใหม่” ให้เหมาะกับแพลตฟอร์มมือถือ โดยยังคงโครงสร้างหลักของ Monster Hunter เอาไว้ครบ ทั้งการรับภารกิจ ไล่ล่ามอนสเตอร์ตามฉาก เก็บวัตถุดิบ และนำไปคราฟต์อุปกรณ์ที่เก่งขึ้น
ตัวเกมเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของกลุ่มนักผจญภัยที่ออกสำรวจเกาะ Aesoland ซึ่งมีสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ Radiant ที่ได้รับพลังจากแร่ Radiantite ทำให้ศัตรูหลายตัวมีท่าโจมตีหรือพฤติกรรมต่างจากเวอร์ชันปกติ แนวคิดนี้ช่วยอธิบายการดัดแปลงมอนสเตอร์คลาสสิกให้เข้ากับระบบต่อสู้ที่เรียบง่ายขึ้นของ Outlanders ได้ดี แต่ในภาพรวมผู้รีวิวเห็นว่าตัวเกมยึดโครงสร้างและบรรยากาศแบบ Monster Hunter World มากจนแทบเหมือนย้ายประสบการณ์เดิมมาไว้คนละสถานที่ มากกว่าจะสร้างแนวทางใหม่อย่างชัดเจน
จุดเด่นของเกมคือการออกแบบแผนที่และลูปการเล่นที่ยังสนุกตามมาตรฐานซีรีส์ มีทั้งพื้นที่กึ่งโอเพ่นเวิลด์ให้สำรวจ หาไอเท็ม และล่ามอนสเตอร์ย่อย รวมถึงองค์ประกอบที่สืบต่อจาก World อย่าง Scoutflies, สิ่งปลูกสร้างที่สร้างได้บนฉาก, และการที่มอนสเตอร์โต้ตอบหรือปะทะกันเองตามธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าทุกครั้งที่ออกล่าและเก็บทรัพยากรมีความหมายต่อความก้าวหน้ารวมของตัวละคร ขณะเดียวกันงานภาพก็ทำออกมาได้ดีมาก โดยผู้รีวิวระบุว่าเล่นบน iPhone 14 Plus ได้เฟรมเรตนิ่งและมีอาการสะดุดน้อย
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของเกมมือถือเริ่มชัดขึ้นในระบบควบคุมและการต่อสู้ Outlanders มี 2 โหมดคือ Adventure Mode ที่ลดปุ่มเหลือเพียงไม่กี่ปุ่มและให้เกมจัดการหลายอย่างอัตโนมัติ กับ Classic Mode ที่ให้คุมตัวละครแบบละเอียดมากขึ้น รวมถึงคอมโบแบบดั้งเดิม แต่ประสบการณ์ที่ได้จากการเล่นด้วยจอสัมผัสเพียงอย่างเดียวถูกมองว่ายังไม่ลื่นพอ โดยเฉพาะใน Classic Mode ที่ใช้งานยากเกินไปถ้าไม่มีคอนโทรลเลอร์ ขณะที่ Adventure Mode ใช้งานง่ายกว่าแต่ก็ทำให้ความซับซ้อนและแรงเสียดทานแบบ Monster Hunter ลดลงไปพอสมควร
อีกส่วนที่ถูกปรับตามสูตรเกมมือถือคือระบบปาร์ตี้และกาชา เกมให้ผู้เล่นสะสมตัวละคร Adventurer ที่มีสกิลและสไตล์อาวุธเฉพาะตัว ผ่านการสุ่มด้วยสกุลเงินที่เรียกว่า Rutacoins ตัวละครเหล่านี้สามารถเข้าร่วมเป็นเพื่อนร่วมทีม NPC ได้ ทำให้เล่นคนเดียวได้สะดวกขึ้นและยังช่วยเพิ่มความหลากหลายในการจัดทีม ผู้รีวิวมองว่าแนวคิดนี้น่าสนใจ เพราะเปิดทางให้เล่นเดี่ยวได้จริง ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้เล่นคนอื่นตลอดเวลา แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณของปัญหาในอนาคต เช่น การได้ตัวซ้ำหรือการหาตัวละครใหม่ที่อยากใช้ในระยะยาว
สิ่งที่ทำให้ผู้รีวิวลังเลมากที่สุดคือโครงสร้างความก้าวหน้าและสกุลเงินจำนวนมากในเกม Outlanders มีหลายทรัพยากรให้ติดตามพร้อมกัน ทั้ง Zenny สำหรับจ่ายค่าไอเท็มและการอัปเกรด, Rutacoins สำหรับสุ่มตัวละครและพาลิโค, Research Points สำหรับปลดล็อกสกิลหรือสิ่งปลูกสร้าง, รวมถึงวัสดุเฉพาะทางสำหรับเพิ่มเลเวล ปลดขีดจำกัด และคราฟต์อุปกรณ์ต่าง ๆ แม้หลายอย่างจะหาได้จากการเล่นปกติ แต่ผู้รีวิวรู้สึกว่าลูปการเติบโตของเกมช้ากว่า Monster Hunter ภาคหลัก และภาระการจัดการเมนูกับสกุลเงินต่าง ๆ เริ่มทำให้ช่วงต้นเกมน่าเหนื่อยล้า
โดยสรุป Outlanders ถูกมองว่าเป็นมือถือสปินออฟที่ “ทำได้ดีเกินคาด” ในแง่การถอดสูตร Monster Hunter World ลงมาอยู่บนสมาร์ตโฟน ทั้งด้านภาพ ลูปการเล่น และความครบเครื่องของเนื้อหาที่เหมือนเกมเต็มรูปแบบ แต่ความรู้สึกดังกล่าวยังถูกถ่วงด้วยความยุ่งยากของระบบกาชา ทรัพยากรหลายชั้น และจังหวะการอัปเกรดที่ค่อนข้างเชื่องช้า ถ้าเล่นด้วยคอนโทรลเลอร์ใน Classic Mode ก็ใกล้เคียงประสบการณ์ Monster Hunter จริงมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าจะเล่นแบบนั้น ทำไมไม่ไปเล่นเวอร์ชันคอนโซลหรือพีซีแทน


