รีวิว Mortal Shell 2: ภาคต่อที่ใหญ่ขึ้นและดีกว่าเดิมแทบทุกด้าน
Mortal Shell 2 ถูกมองว่าเป็นภาคต่อที่ขยายสเกลจากเกมต้นฉบับอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของโลก เกมเพลย์ และตัวเลือกในการต่อสู้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการขยายครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เสน่ห์เดิมหายไป ตรงกันข้าม ผู้รีวิว…

Mortal Shell 2 ถูกมองว่าเป็นภาคต่อที่ขยายสเกลจากเกมต้นฉบับอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของโลก เกมเพลย์ และตัวเลือกในการต่อสู้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการขยายครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เสน่ห์เดิมหายไป ตรงกันข้าม ผู้รีวิวมองว่าเกมภาคใหม่ “ใหญ่ขึ้นและดีขึ้น” ในแทบทุกด้าน แม้ยังมีจุดสะดุดอยู่บ้าง โดยเฉพาะปัญหาทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ และเรื่องบาลานซ์ในช่วงท้ายของการผจญภัยที่ยาวราว 25-30 ชั่วโมง
แกนหลักของซีรีส์ยังคงอยู่ที่ระบบสวมร่างนักรบที่ตายไปแล้ว ผู้เล่นเริ่มจากสภาพร่างประหลาดคล้ายสิ่งมีชีวิตไร้รูปแบบ แล้วเข้าไป “สวม” เปลือกของเหล่านักรบที่ล่วงลับ ซึ่งแต่ละร่างมีพลังและตัวตนของตัวเอง ระบบนี้ยังคงเป็นจุดขายที่แปลกและน่าสนุกเหมือนเดิม เพราะเมื่อเปลือกที่สวมอยู่รับความเสียหายมากพอ ผู้เล่นจะถูกกระเด็นกลับสู่ร่างเดิมและต้องหาจังหวะเอาตัวรอดเพื่อกลับเข้าสู่การต่อสู้ใหม่
สิ่งที่ภาคนี้ยกระดับขึ้นอย่างเด่นชัดคือความหลากหลายของตัวละครที่สวมได้ Mortal Shell 2 เพิ่มจำนวน Shells เป็นสองเท่าจากภาคแรก และส่วนใหญ่เป็นตัวละครใหม่ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ตั้งแต่มนุษย์กินคนสุดดุ ไปจนถึงนักบวชที่หยุดเวลาได้ แม้เนื้อเรื่องหลักจะยังคงเล่าแบบกำกวมและชวนงงอยู่บ้าง แต่เรื่องราวย่อยของแต่ละตัวละครช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้โลกอันมืดหม่น และทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์กับพวกเขามีน้ำหนักมากขึ้น
ระบบของ Shells เองก็ถูกปรับให้ลึกและใช้งานได้มีความหมายมากขึ้น จากเดิมที่ความต่างระหว่างร่างส่วนใหญ่ผูกกับเลือดและพาสซีฟ ภาคนี้เพิ่มท่าไม้ตายหรือสกิลแอคทีฟเฉพาะตัวให้แต่ละ Shell ทำให้การสลับร่างในสนามรบมีเหตุผลมากกว่าเดิม เช่น บางร่างเหมาะกับการลอบโจมตี ขณะที่บางร่างเน้นการแตกกระจายศัตรูเป็นกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ท่าบางอย่างยังมีความไม่แม่นยำอยู่บ้าง โดยเฉพาะสกิลที่ต้องอาศัยระยะหรือการล็อกเป้าหมายอัตโนมัติ
อีกจุดที่ช่วยให้ผู้เล่นทดลองได้เต็มที่คือระบบรีเซ็ตแต้มได้ฟรี ทำให้การลงทุนกับ Shell ต่างๆ ไม่ใช่การตัดสินใจถาวร ผู้เล่นสามารถปรับแต่งเพื่อรับมือศัตรูหรือบอสเฉพาะทางได้ตลอด เช่น ปั้นร่างที่กันไฟเพื่อต้านศัตรูที่ใช้โจมตีสายไฟ แต่ในทางกลับกัน ความยืดหยุ่นนี้ก็ทำให้บอสบางตัวดูเบาลงเมื่อเทียบกับความสามารถของผู้เล่นที่สามารถปรับตัวได้มากกว่าที่เกมคาดไว้
ด้านอาวุธ ภาคนี้มีอาวุธประชิดและอาวุธระยะไกลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้การจัดชุดการต่อสู้มีทางเลือกหลากหลายกว่าเดิม ระบบสแตมินาถูกตัดออกไปและแทนที่ด้วย Resolve ซึ่งได้มาจากการโจมตีประชิดและนำไปใช้กับทักษะอื่นๆ แทน แนวทางนี้ผลักให้ผู้เล่นต้องเล่นเชิงรุกมากขึ้น และสร้างจังหวะการตัดสินใจที่น่าสนใจระหว่างการต่อสู้ แม้ว่าการควบคุมบางส่วน เช่น การวิ่งและการล็อกเป้าจะยังค่อนข้างตะกุกตะกักก็ตาม
โดยรวม ผู้รีวิวมองว่า Mortal Shell 2 เป็นภาคต่อที่รักษาเอกลักษณ์ของต้นฉบับไว้ได้ ขณะเดียวกันก็ขยายระบบการเล่นให้ลึกขึ้นและสนุกขึ้นอย่างชัดเจน ความแข็งแกร่งของเกมอยู่ที่การต่อสู้ที่อึดอัดแต่มีจังหวะ การทดลองกับ Shell และอาวุธที่หลากหลาย รวมถึงโลกที่มืดหม่นและน่าค้นหา แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับแฟนเกมแนว soulslike นี่คือภาคต่อที่น่าจับตาเพราะยกระดับจากของเดิมแทบทุกมิติ


