รีวิว Motor City: แอ็กชันย้อนยุคแทบไร้บทสนทนา แต่ยังมันสะใจ
Motor City เป็นหนังแอ็กชันยุค 70s ของผู้กำกับ Potsy Ponciroli ที่เลือกใช้บทสนทนาแบบได้ยินชัดเจนเพียงเล็กน้อยจนแทบเป็นหนังเงียบสมัยใหม่ โครงสร้างของเรื่องจึงพึ่งพาภาพ การเคลื่อนไหว การจัดวางฉาก และการ…

Motor City เป็นหนังแอ็กชันยุค 70s ของผู้กำกับ Potsy Ponciroli ที่เลือกใช้บทสนทนาแบบได้ยินชัดเจนเพียงเล็กน้อยจนแทบเป็นหนังเงียบสมัยใหม่ โครงสร้างของเรื่องจึงพึ่งพาภาพ การเคลื่อนไหว การจัดวางฉาก และการตัดต่ออย่างมาก ซึ่งกลายเป็นทั้งจุดเด่นและเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ แม้จะทำให้การเล่าเรื่องต้องอาศัยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ่านเอกสาร ข่าว หรือการแสดงออกทางสีหน้าแทนคำพูดก็ตาม
เรื่องราวเปิดด้วยฉากไล่ล่าและการล้างแค้นแบบดุเดือด ก่อนจะย้อนกลับไปเล่าว่า John Miller อดีตทหารร่างใหญ่ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและกำลังจะแต่งงานกับ Sophie ถูกใส่ร้ายในคดียาเสพติดครั้งใหญ่ จนต้องติดคุกโดยมีพ่อค้ายาเถื่อน Reynolds อยู่เบื้องหลัง พร้อมเครือข่ายตำรวจทุจริตหลายคนช่วยปกปิดความจริง ระหว่างที่ Miller ถูกจองจำ เขาค่อย ๆ เตรียมแผนหลบหนีและเอาคืน โดยมีอดีตพวกพ้องสองคนช่วยเหลือจากภายนอก
จุดที่รีวิวมองว่าหนังทำได้ดีคือการคัดเลือกนักแสดงและการสร้างตัวละครที่เป็น archetype ชัดเจน Alan Ritchson ในบท Miller ถูกชื่นชมว่ามีทั้งความแข็งแกร่งและความนุ่มนวลในแบบฮีโร่สายบู๊ ขณะที่ Ben Foster ในบท Reynolds ก็ถ่ายทอดความน่ารังเกียจและความอิจฉาริษยาได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวละครสมทบอย่างตำรวจและลูกสมุนต่าง ๆ ถูกทำให้ดูอ่านง่ายด้วยภาพลักษณ์และเสื้อผ้า จนช่วยให้หนังเดินหน้าได้แม้ไม่มีบทพูดมาก
ในแง่ของฉากแอ็กชัน Motor City ถูกยกให้เป็นหนังที่สนุกและมีพลังจริง โดยเฉพาะฉากยิงทะลุจากที่สูง การหลบหนีจากคุกแบบเป็นระบบ และฉากต่อสู้ระยะประชิดในลิฟต์ที่ถูกมองว่าเร้าใจเป็นพิเศษ หนังยังใช้ความรุนแรงแบบเลือดสาดและจังหวะการตัดต่อเพื่อขับอารมณ์ได้ดี ทำให้ความเว่อร์ของเรื่องกลายเป็นความบันเทิงมากกว่าความน่าเบื่อ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญอยู่ที่การใช้เพลงประกอบและบรรยากาศยุคสมัย หนังเลือกเปิดเพลงป็อปดังยุคเดียวกับเรื่องราวบ่อยครั้งในสไตล์คล้าย Guardians of the Galaxy แต่รีวิวมองว่าการเลือกเพลงค่อนข้างกระจัดกระจายและไม่ค่อยผูกกับเมือง Detroit อย่างที่ชื่อเรื่องควรสะท้อน ทั้งที่ช่วงเวลานั้นควรจะมีเอกลักษณ์ทางดนตรีและวัฒนธรรมที่ชัดกว่านี้
โดยรวม รีวิวมองว่า Motor City เป็นหนังแอ็กชันที่ “พิศดารแต่สนุก” เพราะกล้าลดทอนบทสนทนาและพึ่งภาพเล่าเรื่องเป็นหลัก แม้จะยังติดสูตรหนังล้างแค้นแบบเดิม ๆ และมีความเป็นฮอลลีวูดร่วมสมัยที่ทำให้บริบทของเมืองและยุคสมัยไม่เด่นเท่าที่ควร แต่หนังยังทำงานได้ในระดับน่าพอใจ และถือเป็นตัวอย่างของงานบู๊ที่อาศัยภาษาภาพยนตร์อย่างจริงจังมากกว่าหนังแอ็กชันกระแสหลักทั่วไป


