NBA 2K25 จะถูกถอดขายในอีก 2 ปี และโหมดเนื้อเรื่องเล่นคนเดียวจะใช้ไม่ได้
2K เตรียมถอด NBA 2K25 ออกจากร้านค้าดิจิทัลในวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ทั้งที่เกมเพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2024 และจะปิดเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ตามมาในวันที่ 1 มกราคม 2027 ส่งผลให้โหมดมัลติเพลเยอร์และคอน…

2K เตรียมถอด NBA 2K25 ออกจากร้านค้าดิจิทัลในวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ทั้งที่เกมเพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2024 และจะปิดเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ตามมาในวันที่ 1 มกราคม 2027 ส่งผลให้โหมดมัลติเพลเยอร์และคอนเทนต์ออนไลน์ทั้งหมดของเกมหยุดใช้งานตามกำหนด
ประเด็นสำคัญคือโหมด MyCareer ซึ่งเป็นโหมดเนื้อเรื่องเล่นคนเดียวของซีรีส์นี้ ถูกผูกกับบริการออนไลน์ของเกมอย่างแนบแน่น ทั้งความคืบหน้าและสกุลเงินในเกมต้องอาศัยการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเซิร์ฟเวอร์ปิดลง โหมดนี้จะเล่นไม่ได้ แม้จะเป็นประสบการณ์ที่ดูเหมือนผู้เล่นคนเดียวก็ตาม
2K ระบุว่า หลังวันที่ 1 มกราคม 2027 ผู้เล่นจะยังเล่นโหมดออฟไลน์บางส่วนได้ เช่น Play Now, MyNBA, The W, และ MyWNBA แต่ฟีเจอร์ที่ต้องเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์จะใช้ไม่ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมัลติเพลเยอร์, Online Leagues, การแชร์คอนเทนต์จากชุมชน หรือการรับ Virtual Currency (VC)
สำหรับผู้ที่ซื้อเกมก่อนถึงวันถอดขาย ยังสามารถดาวน์โหลดและเล่นโหมดออฟไลน์ได้ตามปกติ แต่กรณีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของเกมกีฬายุคดิจิทัล คือคอนเทนต์จำนวนมากถูกผูกกับโครงสร้างออนไลน์จนมีอายุการใช้งานจำกัด แม้ผู้เล่นจะซื้อเกมมาแล้วก็ตาม
IGN ชี้ว่าการยุติการให้บริการเกมกีฬารุ่นเก่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ค่ายยังถอดเกมที่ค่อนข้างใหม่ออกจากตลาดและทำให้โหมดหลักบางส่วนหายไป ก็สร้างความไม่พอใจให้ผู้เล่น เพราะเท่ากับบังคับให้ต้องย้ายไปภาคใหม่ แม้บางคนอาจยังต้องการเล่นเวอร์ชันเดิมอยู่ก็ตาม
บทความยังยกตัวอย่างว่าฟีเจอร์หรือโหมดบางอย่างในภาคเก่าเคยหายไปถาวรหลังการถอดขายและปิดเซิร์ฟเวอร์ เช่น All-Star Team-Up ทำให้เห็นชัดว่าการซื้อเกมในรูปแบบดิจิทัล โดยเฉพาะเกมที่พึ่งพาเซิร์ฟเวอร์มาก อาจไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของคอนเทนต์นั้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว


