รีวิว NHL 27: เกมเพลย์ยังสนุก แต่ภาพและโหมดเดิมๆ ยังน่าเบื่อ
NHL 27 ของ EA Vancouver เดินตามแนวทางเดิมของซีรีส์เกมกีฬาประจำปี คือปรับเล็กน้อยมากกว่าจะยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์คือเกมฮอกกียังคงเล่นได้สนุก มีจังหวะเร้าใจ และยังคงจับ “ความเป็นฮอกกี้” ได้ดี แต่…

NHL 27 ของ EA Vancouver เดินตามแนวทางเดิมของซีรีส์เกมกีฬาประจำปี คือปรับเล็กน้อยมากกว่าจะยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์คือเกมฮอกกียังคงเล่นได้สนุก มีจังหวะเร้าใจ และยังคงจับ “ความเป็นฮอกกี้” ได้ดี แต่โดยรวมแล้วความรู้สึกซ้ำเดิมชัดเจนมาก ตั้งแต่หน้าเมนูที่แทบไม่ต่างจากภาคก่อน ไปจนถึงโครงสร้างของโหมดหลักที่แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรสำคัญ
ปีนี้ไม่มีโหมดใหม่ให้พูดถึง โดยยังคงมี Franchise, Build a Pro, World of Chel, HUT รวมถึงโหมดเล็กอย่าง Ones, Threes และทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ผู้เขียนรีวิวมองว่าความเหมือนเดิมนี้เริ่มกลายเป็นปัญหา เพราะแม้เกมจะไม่ได้เสียหายจากการไม่เปลี่ยนอะไรที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อทุกอย่างดูเหมือนภาคก่อนตั้งแต่เริ่มเกม ก็ยิ่งตอกย้ำภาพว่าซีรีส์นี้ขาดความสดใหม่มานาน
ในด้านภาพ NHL 27 ยังมีปัญหาคล้ายภาคก่อน แม้ EA จะพัฒนาให้เกมอยู่บน PS5 และ Xbox Series X|S แบบเต็มตัวแล้วก็ตาม โมเดลตัวละครทั้งผู้เล่น สตาฟฟ์ ไปจนถึงแฟนในอัฒจันทร์ยังดูแข็งและไม่สวยเท่าที่ควร หลายส่วนให้ความรู้สึกเหมือนงานกราฟิกจากยุคคอนโซลเก่า อย่างไรก็ตาม เกมก็มีจุดที่ทำได้ดีขึ้น เช่น พื้นน้ำแข็งที่ค่อยๆ เสียสภาพระหว่างเกม รายละเอียดรอยขีดข่วนบนกระจก และการปรับแต่งสนามให้ใกล้เคียงกับสนามจริงมากขึ้นทั้งด้านจุดสังเกต สกอร์บอร์ด และบรรยากาศโดยรวม
อีกหนึ่งจุดที่ได้รับคำชมคือการคัดเลือกเพลงประกอบ ปีนี้ EA เลือกใช้เพลงที่ผูกกับวัฒนธรรมฮอกกี้มากขึ้น เช่นเพลงที่แฟนกีฬาคุ้นหูจากการชมเกมถ่ายทอดสดหรือจากสนามจริง แทนการเน้นศิลปินร่วมสมัยแบบกว้างๆ แบบภาคก่อน เมนูยังเพิ่มข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับที่มาของแต่ละเพลงและความเกี่ยวข้องกับทีมต่างๆ ซึ่งช่วยสร้างบริบทและทำให้ประสบการณ์ในเมนูมีชีวิตชีวามากขึ้น
บนลานน้ำแข็ง เกมยังคงใช้สูตรที่แข็งแรงอยู่แล้ว การเคลื่อนไหว ความเร็ว แรงปะทะ และความพึงพอใจจากการทำประตูยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์นี้เล่นได้สนุก แม้จะคุ้นเคยมากก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือระบบ playbooks ที่สะท้อนสไตล์การเล่นของทั้ง 32 ทีมจริงใน NHL ผู้เล่นสามารถเลือกใช้แผนของทีม หรือปรับไปใช้แผนที่เข้ากับสไตล์ของตนเองได้มากขึ้น ทำให้มีมิติทางแท็กติกและการทดลองผสมผสานที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ดี โหมด Be a Pro ยังแทบไม่เปลี่ยนจากภาคก่อน ทั้งฉากสัมภาษณ์และระบบตอบคำถามยังดูซ้ำซากและไม่ค่อยช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้ประสบการณ์ การเล่าเรื่องและปฏิสัมพันธ์ในโหมดนี้จึงเริ่มหมดแรงดึงดูด แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในโหมดที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงการเล่นฮอกกี้จริงที่สุดก็ตาม
โดยสรุป รีวิวมองว่า NHL 27 เป็นเกมที่ยังคง “เล่นได้ดี” แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากข้อครหาว่าซีรีส์นี้เปลี่ยนแปลงน้อยเกินไป สำหรับแฟนฮอกกี้ที่อยากได้ประสบการณ์ที่มั่นคงและคุ้นเคย เกมนี้ยังมีสิ่งให้เพลิดเพลินอยู่มาก ทว่าในมุมของการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์และคุณภาพงานนำเสนอ มันยังห่างจากคำว่า “ก้าวกระโดด” อยู่พอสมควร


