Nintendo Switch Sports Resort ถูกมองว่าแก้จุดอ่อนของภาคก่อนและทำให้กลับมาน่าเล่นอีกครั้ง
IGN รายงานจากการลองเล่นจริงว่า Nintendo Switch Sports Resort กำลังกลายเป็นหนึ่งในเกมที่น่าจับตามองของปีนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Nintendo เตรียมจับเกมนี้มัดรวมกับ Switch 2 ในช่วงวันหยุดปลายปี ซึ่งช่วยเพิ่มแรง…

IGN รายงานจากการลองเล่นจริงว่า Nintendo Switch Sports Resort กำลังกลายเป็นหนึ่งในเกมที่น่าจับตามองของปีนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Nintendo เตรียมจับเกมนี้มัดรวมกับ Switch 2 ในช่วงวันหยุดปลายปี ซึ่งช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เล่นสายเกมสบายๆ หรือคนที่ชอบปาร์ตี้เกมแบบหยิบมาเล่นง่ายๆ อัปเกรดเครื่องใหม่ได้มากขึ้น
ผู้เขียนระบุว่าความรู้สึกต่อเกมภาคนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากตอนแรกที่ยังไม่แน่ใจว่าเกมกีฬาควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวจะดึงความสนใจของผู้เล่นยุคนี้ได้มากแค่ไหน แต่เมื่อได้เล่นต่อเนื่องและได้สัมผัสโหมดผู้เล่นหลายคน รวมถึงคอนเทนต์แบบเล่นคนเดียว ก็เริ่มเห็นว่าเกมนี้มีความลึกและความหลากหลายกว่าที่คาดไว้มาก จนกลายเป็นเกมที่อยากกลับไปเล่นอีก
จุดเด่นสำคัญคือการนำผู้เล่นกลับสู่ Wuhu Island ซึ่งไม่ใช่แค่ฉากหลังหรือเมนูเลือกเกมเหมือนใน Switch Sports ภาคก่อน แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาให้ทั้งแข่งขัน สำรวจ และพักผ่อนได้ในที่เดียว หลายกิจกรรมมีทั้งโหมดแข่ง โหมดเที่ยวเล่นอิสระ และภารกิจเก็บสะสมรางวัล ทำให้แต่ละสปอร์ตมีเหตุผลให้กลับมาเล่นซ้ำ และทำให้การเล่นกับเพื่อนดูเป็นธรรมชาติและสนุกขึ้นอย่างมาก
ตัวอย่างที่ IGN ชมคือ Power Cruising ที่มีทั้งการแข่งความเร็วและการท่องเที่ยวชมเกาะแบบไม่เร่งรีบ รวมถึงมีของสะสม จุดหมายให้สำรวจ และรางวัลที่เชื่อมกับระบบปลดล็อกคอสเมติกของตัวละคร นอกจากนี้ยังมีรูปแบบเล่นอิสระในบางกีฬา ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นใช้เวลาบนเกาะได้ยาวๆ โดยไม่ต้องยึดติดกับการนับคะแนนเพียงอย่างเดียว และทำให้บรรยากาศโดยรวมคล้ายการไปพักร้อนจริงมากขึ้น
ผู้เขียนยังชื่นชมกิจกรรมอย่าง Skateboarding และ Prop Plane ที่ใช้ฟีเจอร์ของคอนโทรลเลอร์รุ่นใหม่ได้สนุก โดยเฉพาะการบังคับด้วยเมาส์โหมดของ Joy-Con 2 ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความแปลกใหม่ ขณะเดียวกันโลกของเกาะก็ถูกเติมรายละเอียดใหม่ๆ เช่น รีสอร์ต โรงแรม เกาะย่อย และของให้ค้นหาอีกจำนวนมาก ทำให้การบินและการสำรวจมีเป้าหมายชัดเจนกว่าการลอยเล่นเฉยๆ
ในมุมการแข่งขัน เกมก็ยังรักษาความสนุกแบบมินิเกมปาร์ตี้เอาไว้ โดยบางรายการอย่าง Thumb Wrestling หรือ Archery ถูกยกให้สร้างสีสันกับคนจริงได้ดีมาก แม้บางกีฬาจะดูเรียบง่ายหรือมีภาคที่ไม่โดดเด่นนัก เช่น Table Tennis แต่ภาพรวมของชุดกีฬา 12 รายการถูกมองว่ามีความสมดุล และหลายเกมยังคงเสน่ห์แบบ Nintendo ที่ออกแบบมาให้เล่นง่ายแต่มีจังหวะพลิกเกมได้ตลอด
โดยสรุป IGN มองว่า Nintendo Switch Sports Resort แก้ปัญหาหลายอย่างของ Switch Sports ภาคก่อน ทั้งในแง่แรงจูงใจในการเล่นคนเดียว ความหลากหลายของโหมด และโลกที่มีชีวิตชีวา ส่งผลให้เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่ของแถมสำหรับแฟนสายชิล แต่กลายเป็นเกมที่น่าสนใจทั้งสำหรับผู้เล่นทั่วไปและคนที่อยากกลับไปสัมผัสความทรงจำแบบ Wii Sports ในยุค Switch 2 อีกครั้ง


