อดีตวิศวกร Epic วิจารณ์ Steam ว่าครองตลาดจนคู่แข่งแทบสู้ไม่ได้
อดีตวิศวกรของ Epic Games ออกมาโพสต์ยาววิจารณ์ Steam อย่างหนัก โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวแพลตฟอร์มของ Valve แต่รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ผูกติดกับ Steam จนแทบไม่เปิดรับทางเลือกอื่น เขาให้…

อดีตวิศวกรของ Epic Games ออกมาโพสต์ยาววิจารณ์ Steam อย่างหนัก โดยมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวแพลตฟอร์มของ Valve แต่รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ผูกติดกับ Steam จนแทบไม่เปิดรับทางเลือกอื่น เขาให้เหตุผลว่าต่อให้มีร้านค้าเกมที่ดีกว่าในบางด้าน ก็อาจไม่ดึงความสนใจจากชุมชนผู้เล่น Steam ได้ เพราะหลายคนมองการแข่งขันเป็นเรื่องไม่น่าสนใจหรือเป็นภัยต่อสิ่งที่ตัวเองลงทุนไว้แล้ว
ประเด็นหลักของคำวิจารณ์คือ Steam ทำให้ระบบนิเวศเกมพีซีต้องเสียรายได้จำนวนมากผ่านค่าคอมมิชชันจากการขายเกมที่เขาประเมินไว้ราว 30% ของรายได้รวม ซึ่งเขามองว่าเป็นเงินที่ไหลออกจากอุตสาหกรรมไปโดยไม่ก่อประโยชน์ตามสัดส่วน อย่างไรก็ตาม เขายังยอมรับโดยนัยว่าการจะแย่งส่วนแบ่งจาก Steam ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฐานผู้ใช้ของ Valve มีความภักดีสูง และให้คุณค่ากับการมีคลังเกมรวมไว้ที่เดียว ความเสถียร ความสะดวก รวมถึงฟีเจอร์อย่างลดราคา การ์ด และระบบ Achievement
บทความยังโยงไปถึงความพยายามล่าสุดของ Epic ที่จะสู้กับ Steam อีกครั้ง หลัง Tim Sweeney เคยคุยว่าการพัฒนา Epic Games Store เวอร์ชันใหม่ด้วยแนวคิด vibe coding ช่วยให้เปิดใช้งานได้เร็วกว่า Steam แม้จะเป็นจุดปรับปรุงที่ชัดเจน แต่ผู้วิจารณ์มองว่าเรื่องความเร็วเปิดแอปอย่างเดียวไม่น่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เล่นได้มาก เพราะตัว Steam เองไม่ได้ซับซ้อนในระดับที่คู่แข่งจะชนะขาดได้จากประสบการณ์ใช้งานเพียงอย่างเดียว
Ritchie ยังชี้ว่าด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเบื้องหลังของร้านเกมยุคนี้ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่เท่าเดิม เพราะผู้ให้บริการคลาวด์สามารถรองรับระบบหลักได้อยู่แล้ว ทำให้การสร้างไคลเอนต์หรือร้านค้าเกมใหม่ไม่ได้ยากอย่างที่เคย แต่ปัญหาที่แท้จริงคือการสร้างความผูกพันกับผู้เล่นให้ย้ายออกจากที่ที่พวกเขาคุ้นเคยและพอใจอยู่แล้ว ซึ่งในมุมของเขาแทบเป็นไปไม่ได้เมื่อเทียบกับแรงเฉื่อยของฐานผู้ใช้ Steam
เนื้อหาชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นภาพความขัดแย้งระยะยาวระหว่าง Epic กับ Valve ในสงครามค่าธรรมเนียมและร้านค้าดิจิทัล โดย Epic พยายามผลักดันให้ตลาดเกมพีซีมีการแข่งขันมากขึ้น ทั้งกับ Valve รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple และ Google ในบริบทของเกมมือถือ แต่เมื่อพูดถึง Steam คู่แข่งจำนวนมากยังต้องเผชิญความจริงที่ว่าแพลตฟอร์มนี้ยังเป็นตัวเลือกหลักของผู้เล่นส่วนใหญ่ และการเปลี่ยนนิสัยผู้บริโภคอาจเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการสร้างร้านค้าใหม่เสียอีก


