Peacock ขึ้นราคาอีกครั้ง หลังทำกำไรได้แล้ว

Peacock บริการสตรีมมิงของ NBCUniversal ปรับขึ้นค่าบริการอีกครั้งเป็นรอบที่ 4 ภายใน 4 ปี สะท้อนว่าบริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านรายได้หลังจากธุรกิจเริ่มทำกำไรได้แล้ว การขึ้นราคาครั้งนี้ครอบคลุมทุกแพ็กเกจหลักและมีผลกับทั้งผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้เดิมในรอบบิลถัดไปตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
แพ็กเกจ Select ที่มีโฆษณา แต่ไม่รวมกีฬา ภาพยนตร์ หรือคอนเทนต์ออริจินัลของ Peacock ปรับจาก 8 ดอลลาร์ต่อเดือนเป็น 9 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนแพ็กเกจ Premium แบบมีโฆษณาเพิ่มจาก 11 ดอลลาร์เป็น 13 ดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่ Premium Plus แบบไม่มีโฆษณาเพิ่มจาก 17 ดอลลาร์เป็น 20 ดอลลาร์ต่อเดือน
แม้ราคาจะขยับขึ้น แต่ Peacock ยังใช้โครงสร้างสมาชิกแบบรายปีที่คุ้มกว่ารายเดือน โดยคิดค่าบริการ 12 เดือนในราคาเท่ากับ 10 เดือนเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม การปรับรอบนี้ทำให้ต้นทุนของผู้ใช้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงโฆษณาสูงขึ้นชัดเจน และสะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมสตรีมมิงที่ผู้ให้บริการหันมาดัน ARPU ผ่านการขึ้นราคาและลดส่วนลดมากกว่าจะเร่งเพิ่มจำนวนสมาชิกเพียงอย่างเดียว
การปรับราคาครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก Peacock เคยขึ้นราคาในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยแพ็กเกจระดับกลางและแพ็กเกจไม่มีโฆษณาเพิ่มขึ้นมาก่อน และก่อนหน้านั้นก็มีการขึ้นราคาในเดือนกรกฎาคม 2024 และสิงหาคม 2023 แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มใช้กลยุทธ์ปรับราคาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของผู้ใช้กับความสามารถในการทำกำไร
สำหรับผู้บริโภค การขึ้นราคาต่อเนื่องหมายความว่าการเลือกแพ็กเกจสตรีมมิงจำเป็นต้องพิจารณาความถี่ในการใช้งาน ความสำคัญของคอนเทนต์เฉพาะทางอย่างกีฬา และความยอมรับต่อโฆษณาให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ข่าวนี้ยังสะท้อนสภาพการแข่งขันของตลาดสตรีมมิงที่เริ่มเข้าสู่ช่วงทำเงินจริงจัง แทนการแข่งขันด้านราคาถูกเหมือนในช่วงแรกของการแย่งชิงผู้สมัครสมาชิก

