Fairgames ของ PlayStation โผล่อีกครั้งในชื่อรหัส Project Espresso พร้อมภาพเกมเพลย์และเปิดทดสอบปิด
Fairgames เกมออนไลน์แนวปล้นที่ PlayStation เคยประกาศไว้เมื่อราว 3 ปีก่อน กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ ภายใต้ชื่อรหัส Project Espresso ผ่านเว็บไซต์ Player.gg ที่ใช้เชื่อมผู้พัฒนากับผู้เล่นเพื่อทำ…

Fairgames เกมออนไลน์แนวปล้นที่ PlayStation เคยประกาศไว้เมื่อราว 3 ปีก่อน กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ ภายใต้ชื่อรหัส Project Espresso ผ่านเว็บไซต์ Player.gg ที่ใช้เชื่อมผู้พัฒนากับผู้เล่นเพื่อทำเพลย์เทสต์ โดยในหน้ารายการมีวิดีโอเกมเพลย์ความยาวพอสมควรซึ่งดูใกล้เคียงกับ Fairgames ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ ศิลปะของเกม และคอนเซ็ปต์การแข่งขันแบบ heist พร้อมระบุชัดว่าเกมอยู่ระหว่างพัฒนาบน PS5 และ PC
สิ่งที่ทำให้คนวงการจับตาเป็นพิเศษคือการเปิดรับผู้เล่นทดสอบผ่าน Player.gg และมีเงื่อนไขให้ใช้บัญชี PlayStation ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยเกิดกับเกมจากค่ายภายนอก จึงยิ่งทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่านี่น่าจะเป็น Fairgames เวอร์ชันที่เปลี่ยนชื่อหรือเป็นโค้ดเนมระหว่างการพัฒนา ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ Sony ยังยื่นเครื่องหมายการค้าเกมชื่อ Break In ในปีนี้ ซึ่งบางคนคาดว่าอาจเป็นชื่อใหม่ของโปรเจกต์นี้ด้วย
แม้เกมจะกลับมาให้เห็นเป็นครั้งแรก แต่ประวัติการพัฒนาของ Fairgames ไม่ได้ราบรื่นนัก มีรายงานว่าโปรเจกต์เคยเจอปัญหาภายในหลายด้าน รวมถึงการที่ Jade Raymond ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ และ Daniel Drapeau ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ออกจากทีมหลังมีความกังวลภายในเกี่ยวกับผลทดสอบเกมก่อนหน้านี้ ทำให้เกมนี้แทบไม่ถูกพูดถึงจาก PlayStation นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก แม้กระบวนการพัฒนายังดำเนินต่อไป
บริบทของเกมยังน่าจับตามองเพราะ Sony กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากเกมแนว live service ที่ผ่านมา ทั้งกรณี Concord ที่ล้มเหลวอย่างรุนแรง Marathon ที่ไม่ค่อยได้รับเสียงตอบรับที่ดี และโปรเจกต์อย่าง The Last of Us Online ที่ถูกยกเลิก ขณะเดียวกันภาพรวมของตลาดก็ไม่ค่อยเป็นใจต่อเกมบริการต่อเนื่องอยู่แล้ว จึงทำให้อนาคตของ Fairgames ถูกมองด้วยความระแวงพอสมควร
IGN ระบุว่าได้ติดต่อ PlayStation เพื่อขอความเห็นและจะอัปเดตหากได้รับคำตอบ สำหรับตอนนี้ สิ่งที่พอเห็นได้คือ Sony พยายามเดินหน้าโปรเจกต์นี้ต่อและเริ่มเปิดให้มีการทดสอบแบบปิดแล้ว แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่าเกมจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้คนเชื่อมั่นได้หรือไม่ และจะมีศักยภาพพอจะพลิกสถานการณ์ให้กับแผน live-service ของบริษัทได้มากน้อยแค่ไหน


