คดีรวมฟ้องบีบ Logitech คืนเงินลูกค้า หลังรับเงินคืนภาษีศุลกากร 61 ล้านดอลลาร์
มีการยื่นคำร้องคดีแบบกลุ่มต่อ Logitech ในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตเหนือของแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ฟ้องร้องอ้างว่าบริษัทเก็บราคาสินค้าจากผู้บริโภคชาวอเมริกันในระดับที่สูงขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนภาษีศุลกากรจาก…

มีการยื่นคำร้องคดีแบบกลุ่มต่อ Logitech ในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตเหนือของแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ฟ้องร้องอ้างว่าบริษัทเก็บราคาสินค้าจากผู้บริโภคชาวอเมริกันในระดับที่สูงขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนภาษีศุลกากรจากมาตรการของรัฐบาลทรัมป์ แต่เมื่อมาตรการดังกล่าวถูกศาลสูงสหรัฐฯ วินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยอำนาจ บริษัทกลับไม่ได้คืนผลประโยชน์ส่วนดังกล่าวให้ลูกค้า
คดีนี้นำโดยบริษัทรับเหมาก่อสร้าง SJK Development และผู้พักอาศัยในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งระบุว่าตนซื้อเมาส์ของ Logitech ในช่วงที่ราคาปรับขึ้นจากภาษี คำฟ้องระบุว่า Logitech และบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ใช้โอกาสจากสถานการณ์ภาษีขึ้นราคาในหลายกลุ่มสินค้า และไม่แสดงความโปร่งใสกับผู้บริโภคเกี่ยวกับเหตุผลและการคืนประโยชน์หลังภาษีถูกยกเลิก
เอกสารคดีอ้างถึงคำอธิบายของผู้บริหาร Logitech ในการรายงานผลประกอบการ ซึ่งชี้ว่าการปรับราคาสินค้าช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท และสามารถชดเชยผลกระทบจากภาษีรวมถึงโปรโมชันได้บางส่วน ฝั่งโจทก์จึงมองว่าบริษัทได้ประโยชน์สองต่อ คือเก็บเงินจากลูกค้าในช่วงราคาสูง และยังได้รับเงินคืนภาษีจากรัฐบาลอีก 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แรงกดดันทางกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้เริ่มเกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีและอุปกรณ์เกมรายอื่น ๆ ด้วย โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าบริษัทอย่าง Nintendo, Sony และ Microsoft เผชิญคดีในแนวเดียวกัน ขณะเดียวกัน Arctic ผู้ผลิตอุปกรณ์ระบายความร้อนก็เพิ่งประกาศลดราคาสินค้าสำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ หลังได้รับเงินคืนภาษีของตนเอง
คดียังอยู่ในขั้นเสนอให้รับเป็นคดีแบบกลุ่ม และ Logitech ยังไม่ได้ออกมาแถลงตอบโต้ในรายละเอียด ประเด็นนี้จึงน่าจะใช้เวลานานกว่าจะเห็นข้อยุติที่ชัดเจน แต่สะท้อนแนวโน้มใหม่ของผู้บริโภคที่เริ่มเรียกร้องให้บริษัทส่งต่อผลประโยชน์จากการคืนภาษีศุลกากรกลับไปยังลูกค้า ไม่ใช่เก็บไว้เป็นกำไรขององค์กร


