อดีตทีม Redfall ขอ Microsoft กลับมาเปิดไฟออฟฟิศเพื่อปล่อยแพตช์สุดท้าย
บทสัมภาษณ์ล่าสุดเผยเบื้องหลังการพัฒนาและการปิดฉากของ Redfall เกมที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมเกมยุคหลังเปิดตัว โดย Harvey Smith อดีตผู้อำนวยการของ Arkane Austin ยอมรับ…

บทสัมภาษณ์ล่าสุดเผยเบื้องหลังการพัฒนาและการปิดฉากของ Redfall เกมที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมเกมยุคหลังเปิดตัว โดย Harvey Smith อดีตผู้อำนวยการของ Arkane Austin ยอมรับว่าเขาและทีมถูกกระแสเกมแบบบริการถาโถมเข้าใส่ จนเชื่อว่าเกมของสตูดิโอจะผสมแนวทางที่ตัวเองถนัดเข้ากับโมเดล live service แล้วไปได้สวย แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง
Smith เล่าว่าการพัฒนา Redfall ต้องเจอกับความโกลาหลหลายชั้น ทั้งการระบาดของโควิด-19 การทำงานระยะไกล การลาออกของพนักงานจำนวนมาก และเหตุการณ์สุดวิสัยในเท็กซัสช่วงนั้น เช่น ไฟไหม้ พายุฤดูหนาว และปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้บางคนไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำใช้นานหลายวัน ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งทำให้กระบวนการสร้างเกมซับซ้อนและสะดุดหนักกว่าเดิม
แม้เกมจะเปิดตัวไม่ดีและถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทีมงานยังคงพัฒนาต่ออีกนานเป็นปีเพื่อแก้บั๊กและปรับปรุงระบบต่าง ๆ ก่อนที่ Arkane Austin จะถูกเลิกจ้างและสตูดิโอถูกปิดในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีแพตช์ 1.4 ที่อยู่ระหว่างเตรียมปล่อย ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นอัปเดตใหญ่ที่แก้ปัญหาได้จำนวนมาก
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังถูกเลย์ออฟ ทีมงานกลุ่มเล็ก ๆ ยังกลับไปยื่นขอ Microsoft อย่างตรงไปตรงมาว่าอยากได้รับอนุญาตให้กลับเข้าอาคารเพื่อปล่อยแพตช์สุดท้ายนี้ออกสู่สาธารณะ โดยมีรายงานว่า Microsoft อนุญาตให้ทีมงานราว 6-7 คนเซ็นเอกสารและกลับไปทำงานชั่วคราวเพื่อปล่อยอัปเดตดังกล่าวได้
Smith ระบุว่าแม้แพตช์ 1.4 จะไม่อาจพลิกชะตา Redfall ให้โด่งดังได้ แต่หากอัปเดตนี้ออกตั้งแต่วันแรก เกมน่าจะมีสภาพดีกว่าเดิมมาก ขณะที่อดีตโปรดิวเซอร์ Ben Horne มองว่าการได้กลับไปปล่อยงานหลังถูกไล่ออกและหลังสตูดิโอปิดเป็นเหมือนความสำเร็จประหลาดในเส้นทางอาชีพของเขา
ท้ายที่สุด บทความสะท้อนภาพ Redfall ว่าไม่ได้ล้มเหลวเพราะปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นผลรวมของการตัดสินใจเชิงทิศทางของสตูดิโอ ความคาดหวังต่อเกมบริการ ปัญหาการผลิต และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปั่นป่วน แม้แพตช์สุดท้ายจะทำให้เกมดีขึ้น แต่ก็สายเกินไปที่จะกู้ชื่อเสียงของมัน และยังเหลือคำถามว่าหากมีการอัปเดตต่อไปอีกหลายเวอร์ชัน เกมอาจไปไกลได้แค่ไหน


