Apple ถูกจับตาในสภาคองเกรสสหรัฐปมแอปติดตาม ICE และเงินบริจาคให้ทรัมป์
รายงานของ Reuters และ The Washington Post ระบุว่าเดโมแครตกำลังเตรียมสอบสวนบริษัทเทคขนาดใหญ่หลายแห่งเมื่อได้คุมสภาในเดือนมกราคม โดย Apple อยู่ในกลุ่มที่อาจถูกเรียกเอกสารและถูกซักถามเพิ่มเติม

Reuters และ The Washington Post รายงานว่า Apple กำลังอยู่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่อาจเผชิญการสอบสวนจากสภาคองเกรส เมื่อเดโมแครตเตรียมเข้าควบคุมทั้งสองสภาในเดือนมกราคม ประเด็นที่ถูกจับตาไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่กับประธานาธิบดี Donald Trump แต่ยังรวมถึงบทบาทของ Apple ในการโฮสต์หรืออนุญาตให้แอปที่เกี่ยวกับการติดตาม ICE อยู่บนแพลตฟอร์มด้วย
The Washington Post ระบุว่าเดโมแครตกำลังวางกรอบเพื่อสอบสวนบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง และกระแสนี้ทำให้ที่ปรึกษากฎหมายใน Washington เริ่มเสนอแผนรับมือให้ผู้บริหารและบริษัทต่าง ๆ แล้ว รายงานยังบอกว่าบางสำนักงานกฎหมายพยายามหาบทบาทเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ Elon Musk ด้วย เพราะคาดว่าจะมีหมายเรียกเอกสารจำนวนมากจากการสอบสวนที่อาจเกิดขึ้น
ในส่วนของ Apple รายงานระบุว่าสมาชิกสภาคองเกรสกำลังเตรียมตรวจสอบบริษัท “over its hosting of tracking apps used by U.S. Immigration and Customs Enforcement” หรือการที่ Apple โฮสต์แอปติดตามที่เกี่ยวข้องกับ ICE ประเด็นนี้ต่อเนื่องจากความขัดแย้งก่อนหน้านี้ เมื่อปีก่อน Apple ถอดแอปอย่าง ICEBlock และแอปลักษณะเดียวกันออกจาก App Store หลังถูกกดดันจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ โดยอ้างความกังวลด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังเหตุยิงที่ศูนย์ ICE ในดัลลัส ซึ่งมีผู้ถูกสังหาร 2 คน และเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ ICE หลังจากนั้น Apple ถูกนักการเมืองเดโมแครตตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาล Trump ในการผลักดันให้ลบแอปเหล่านี้ รวมถึงข้อกังวลว่าการลบแอปอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงออกที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
Reuters ยังรายงานด้วยว่า Senator Richard Blumenthal ซึ่งจะขึ้นเป็นประธาน Permanent Subcommittee on Investigations ในสภาสูง เรียกร้องให้ Apple และบริษัทอื่น ๆ ที่บริจาคเงินให้โครงการ ballroom ของทำเนียบขาวของ Trump ส่งมอบบันทึกและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นอาจถูกออกหมายเรียกในเดือนมกราคม โดย The Washington Post เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า Apple และ Nvidia ต่างให้คำมั่นบริจาค 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการนี้ ทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง Apple ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อคำร้องขอสัมภาษณ์จาก Reuters และ The Washington Post

