Resident Evil ทำเงินแซง Weapons กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของ Zach Cregger
ภาพยนตร์คนแสดงจากเกมซีรีส์ Resident Evil ของค่าย Capcom ทำรายได้ทั่วโลกแตะประมาณ 320.2 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์ล่าสุด แซงหน้า Weapons กลายเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดในผลงานกำกับของ Zach Cregger อย่างเป็น…

ภาพยนตร์คนแสดงจากเกมซีรีส์ Resident Evil ของค่าย Capcom ทำรายได้ทั่วโลกแตะประมาณ 320.2 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์ล่าสุด แซงหน้า Weapons กลายเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดในผลงานกำกับของ Zach Cregger อย่างเป็นทางการ โดยตัวเลขดังกล่าวมาจากรายได้ในสหรัฐฯ ราว 138.5 ล้านดอลลาร์ และต่างประเทศอีก 181.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากพอจะทิ้งผลงานก่อนหน้าของเขาไว้ห่างพอสมควร
ความสำเร็จของ Resident Evil ยิ่งเด่นชัดเมื่อเทียบกับงบสร้างที่รายงานราว 75 ล้านดอลลาร์ เพราะตอนนี้หนังทำเงินเกินต้นทุนไปมากแล้ว และยังมีแนวโน้มไปต่อได้อีกในหลายตลาด โดยเฉพาะแรงส่งจากรอบฉายในจีนที่ช่วยดันรายได้สัปดาห์ที่สี่ขึ้นอย่างมาก จนกลับขึ้นอันดับหนึ่งในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกอีกครั้ง
หนังเปิดตัวแรงตั้งแต่สัปดาห์แรกด้วยรายได้ราว 108.3 ล้านดอลลาร์ และกระแสเชิงบวกยังลามไปถึงฝั่งเกม เพราะมีรายงานว่ายอดขายเกมในแฟรนไชส์บางส่วนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งตัวหนังยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในงานดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่เคยมีมาในแง่คะแนนรีวิวและผลตอบรับของตลาด
ก่อนหนังเข้าฉาย ผลงานชิ้นนี้เคยถูกวิจารณ์หนักในโลกออนไลน์จากการเปลี่ยนแปลงตัวละครและรายละเอียดของเนื้อเรื่องจากต้นฉบับ แต่ Cregger ยืนยันว่าการปรับแก้ดังกล่าวทำไปเพื่อสร้างภาพยนตร์ที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งจากผลลัพธ์ที่ออกมา ดูเหมือนว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะได้ผลจริงทั้งในเชิงรายได้และการตอบรับโดยรวม
สัปดาห์นี้ยังสะท้อนบรรยากาศตลาดหนังช่วงใกล้ฮาโลวีนอย่างชัดเจน เพราะหนังสยองขวัญเรื่อง Other Mommy แม้จะได้คะแนนวิจารณ์ไม่ดีนัก แต่ก็ยังเปิดตัวได้ค่อนข้างแข็งแรงที่อันดับสองของโลก ส่วนอีกด้านหนึ่ง Tom Cruise เรื่อง Digger ยังคงทำผลงานต่ำกว่าคาดต่อเนื่อง
ขณะที่ความผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดตกเป็นของ The Social Reckoning ภาคต่อของ The Social Network ของ Aaron Sorkin ซึ่งเปิดตัวได้เพียง 9 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก และทำรายได้ไม่คุ้มงบประมาณที่รายงานไว้ราว 30 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ถูกมองว่าเป็นหนังที่ล้มเหลวในบ็อกซ์ออฟฟิศอย่างชัดเจน แม้จะมีนักแสดงนำอย่าง Jeremy Allen White, Mikey Madison และ Jeremy Strong ก็ตาม
จากภาพรวมทั้งหมด บ็อกซ์ออฟฟิศช่วงนี้แสดงให้เห็นว่าหนังที่จับจังหวะความต้องการของผู้ชมได้ถูกทาง โดยเฉพาะแนวสยองขวัญและงานดัดแปลงจากเกม ยังมีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล ในทางกลับกัน ภาคต่อของเรื่องที่ผู้ชมไม่ได้รอคอยมากพอ หรือไม่สามารถสร้างกระแสได้ทันเวลา ก็อาจพังได้ง่ายแม้มีชื่อเสียงและทีมสร้างระดับท็อป


