ยูเครนใช้หุ่นยนต์โดรนโจมตีแนวรัสเซียและกู้พื้นที่คืน
กองทัพยูเครนรายงานความคืบหน้าของปฏิบัติการโต้กลับ Operation Vivaldi ที่ใช้ระบบไร้คนขับทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินเข้ามาสนับสนุนการรบ โดยสามารถสกัดการเคลื่อนที่แบบหนีบหรือ pincer ของรัสเซียได้สำเร็จ และ…

กองทัพยูเครนรายงานความคืบหน้าของปฏิบัติการโต้กลับ Operation Vivaldi ที่ใช้ระบบไร้คนขับทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินเข้ามาสนับสนุนการรบ โดยสามารถสกัดการเคลื่อนที่แบบหนีบหรือ pincer ของรัสเซียได้สำเร็จ และยึดพื้นที่ในเขตยึดครองคืนได้หลายสิบตารางไมล์
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการเปิดเผยสิ่งที่ยูเครนระบุว่าเป็น “ครั้งแรกของโลก” ในการโจมตีทางอากาศที่ใช้หุ่นยนต์ร่วมกับโดรนในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 ตามข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มสื่อของรัฐบาลยูเครน United24 โดยใช้โดรนทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ปล่อยหุ่นยนต์ภาคพื้นดินแบบมีอาวุธลงไปไกลกว่า 6 ไมล์หลังแนวหน้า เพื่อหลบภูมิประเทศยากลำบากและแนวป้องกันของฝ่ายตรงข้าม
แนวทางนี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถเข้าไปโจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุงและเป้าหมายในแนวหลังได้โดยตรง ขณะเดียวกันหุ่นยนต์ภาคพื้นดินอีกรูปแบบหนึ่งก็ถูกใช้ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและเคลียร์เส้นทางล่วงหน้าให้ทหารราบยูเครนที่กำลังรุกคืบ ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลมนุษย์ในพื้นที่อันตราย
แม้ยูเครนจะเคยใช้โดรนลำเลียงหุ่นยนต์เข้าใกล้เป้าหมายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นภารกิจโจมตีทางอากาศด้วยหุ่นยนต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยมีการเปิดเผย และสะท้อนให้เห็นว่าการรบสมัยใหม่กำลังก้าวไปสู่การพึ่งพาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้นทั้งในแนวหน้าและแนวหลัง


