โปรดิวเซอร์ Silent Hill f กระตุ้นทีมเขียนให้อ่านหนังสือปีละ 100-200 เล่ม
Motoi Okamoto โปรดิวเซอร์ของ Silent Hill f เปิดเผยในการบรรยายของ Konami ว่า เขาให้ความสำคัญกับการอ่านอย่างจริงจังมากในกระบวนการสร้างเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกมมีแกนหลักเป็นเรื่องเล่าและบรรยากาศเชิง…

Motoi Okamoto โปรดิวเซอร์ของ Silent Hill f เปิดเผยในการบรรยายของ Konami ว่า เขาให้ความสำคัญกับการอ่านอย่างจริงจังมากในกระบวนการสร้างเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกมมีแกนหลักเป็นเรื่องเล่าและบรรยากาศเชิงจิตวิทยาแบบซีรีส์ Silent Hill สำหรับเขา การอ่านไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม แต่เป็นพื้นฐานของการทำงานด้านบทและการคัดเลือกนักเขียนที่ดี
Okamoto ระบุว่า เวลาพิจารณาจ้างนักเขียน เขาจะอ่านผลงานของคนนั้นอย่างละเอียด ไม่พึ่งแค่ชื่อเสียงหรือผลงานที่คนอื่นยกย่อง เพราะการทำเช่นนั้นเป็นทั้งเรื่องของความเคารพต่อผู้เขียน และช่วยให้เข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน รวมถึงสไตล์การเล่าเรื่องได้จริง เขายกตัวอย่างการดึงนักเขียนสยองขวัญชาวญี่ปุ่น Ryukishi07 มาเขียนให้ Silent Hill f เนื่องจากผลงานอย่าง Higurashi When They Cry แสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจโทนและแนวทางที่สอดคล้องกับซีรีส์นี้
นอกจากการอ่านผลงานผู้สมัครแล้ว Okamoto ยังผลักดันให้คนในทีมอ่านให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะกลุ่มนักเขียนบท เขาบอกว่าทีมตั้งเป้ากดดันกันเองให้แต่ละคนอ่านปีละประมาณ 100 ถึง 200 เล่ม แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองว่าการสร้างงานเขียนเกมที่มีน้ำหนักต้องอาศัยคลังความรู้และประสบการณ์จากการอ่านอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการยึดติดกับความนิยมของตัวผู้เขียน
บทความชี้ว่าในยุคที่ผู้คนอ่านหนังสือน้อยลง และเครื่องมือสรุปด้วย AI เริ่มทำให้การคิดเชิงวิพากษ์ถูกลดทอน การที่ผู้บริหารเกมเน้นย้ำคุณค่าของการอ่านเป็นเรื่องน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมันสวนทางกับแนวโน้มสบาย ๆ ที่อาจทำให้ทีมงานพอใจกับความคุ้นเคยแบบผิวเผินมากกว่าการเข้าใจงานอย่างลึกซึ้ง
ในแง่ผลงาน Silent Hill f ได้รับคำชมอย่างมากในด้านเนื้อเรื่องและวิธีเล่าเรื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของเกมภาคใหม่ที่นำซีรีส์กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายไปนานกว่าทศวรรษ บทความจึงมองว่าการลงทุนกับการอ่านและการคัดเลือกนักเขียนอย่างพิถีพิถันน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพงานเขียนของเกมได้จริง
ท้ายที่สุด Okamoto ยังส่งสัญญาณว่า Konami ตั้งใจทดลองแนวทางใหม่ ๆ กับซีรีส์ Silent Hill ต่อไป ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งอ้างอิงทางวรรณกรรมกับทิศทางของเกมในอนาคตน่าจับตา ว่าทีมงานจะหยิบเอาหนังสือหรือผู้เขียนแบบใดมาหล่อหลอมงานเล่าเรื่องในโปรเจกต์ถัดไป


