ข้อมูลชี้การเลิกขายแผ่นเกมของ Sony เป็นกระแสที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
รายงานของ Ars Technica อ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์ Mat Piscatella ของ Circana เพื่ออธิบายว่า การตัดสินใจของ Sony ที่จะยุติการขายเกมแบบแผ่นในปี 2028 ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลลัพธ์ของแนวโน้ม…

รายงานของ Ars Technica อ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์ Mat Piscatella ของ Circana เพื่ออธิบายว่า การตัดสินใจของ Sony ที่จะยุติการขายเกมแบบแผ่นในปี 2028 ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลลัพธ์ของแนวโน้มตลาดที่ดำเนินมานานหลายปี ข้อมูลการติดตามยอดขายเกมแบบกายภาพในสหรัฐฯ ย้อนหลังไปถึงปี 2003 แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้เคยถึงจุดสูงสุดในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2009 ที่ระดับราว 297 ล้านชุด ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงต่อเนื่องจนเหลือเพียง 37 ล้านชุดในช่วง 12 เดือนล่าสุด
Piscatella ชี้ว่าการหดตัวนี้สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เล่นและโครงสร้างตลาดเกมโดยรวม ผู้บริโภคจำนวนมากย้ายไปซื้อเกมแบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้ยอดขายแผ่นเกมซึ่งเคยเป็นรายได้หลักของค่ายเกมค่อย ๆ ลดความสำคัญลง เมื่อรายได้และปริมาณการขายแบบกายภาพหดตัวต่อเนื่อง ต้นทุนด้านการผลิต การกระจายสินค้า และการจัดการช่องทางค้าปลีกก็ยิ่งไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการขายดิจิทัล
ข้อมูลที่ Piscatella เปิดเผยยังชี้ให้เห็นภาพของ PlayStation โดยเฉพาะในปี 2026 ว่าตลาดแผ่นเกมแทบไม่เหลือฐานยอดขายแบบเดิมแล้ว เขาระบุว่ามีเพียง 7 เกม PlayStation เท่านั้นที่ทำยอดขายแผ่นเกิน 100,000 ชุดในปีนี้ ซึ่งต่างจากปี 2008 ที่มีถึง 100 เกมแตะระดับดังกล่าวได้ ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าระดับยอดขายที่เคยเป็นเรื่องปกติเมื่อก่อน กลายเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ตัวเลขยอดขายสูงสุดของแผ่นเกม PlayStation ในสหรัฐฯ ปีนี้ก็ไม่ได้สูงมากนัก โดยเกมที่ขายดีที่สุดมียอดเพียงราว 275,000 ชุด ซึ่งบ่งชี้ว่าเพดานของตลาดแผ่นเกมอยู่ในระดับต่ำกว่าที่หลายคนอาจคาดคิด ข้อมูลดังกล่าวช่วยอธิบายว่าทำไม Sony จึงเดินหน้าสู่วิถีที่พึ่งพาดิจิทัลมากขึ้น และเหตุใดการเลิกขายแผ่นจึงดูเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสภาพตลาดมากกว่าการเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายแบบฉับพลัน
โดยสรุป บทความมองว่าการอำลาสื่อกายภาพของ Sony เป็นผลจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพราะความต้องการของบริษัทเพียงฝ่ายเดียว และสะท้อนภาพอนาคตของอุตสาหกรรมเกมที่ช่องทางดิจิทัลกำลังครองบทบาทหลักอย่างชัดเจน


