รีวิว Spider-Man: Brand New Day ชูสไปเดอร์-แมนคืนสู่มุมถนนและตัวตนที่เปราะบางของปีเตอร์ พาร์กเกอร์
Spider-Man: Brand New Day เป็นภาพยนตร์ MCU ภาคล่าสุดที่พา Spider-Man ของทอม ฮอลแลนด์กลับมาอยู่ในกรอบเรื่องราวที่เล็กลงและใกล้ตัวมากขึ้น โดยเน้นชีวิตของปีเตอร์ พาร์กเกอร์ที่ต้องเผชิญการอยู่ลำพัง หลัง…

Spider-Man: Brand New Day เป็นภาพยนตร์ MCU ภาคล่าสุดที่พา Spider-Man ของทอม ฮอลแลนด์กลับมาอยู่ในกรอบเรื่องราวที่เล็กลงและใกล้ตัวมากขึ้น โดยเน้นชีวิตของปีเตอร์ พาร์กเกอร์ที่ต้องเผชิญการอยู่ลำพัง หลังมนตร์ของด็อกเตอร์สเตรนจ์ทำให้ทุกคนลืมตัวตนของเขา หนังเลือกวางปัญหาหลักไว้ที่ความพยายามรักษาสมดุลระหว่างความเป็น “ปีเตอร์” กับความเป็น “สไปเดอร์-แมน” ซึ่งเป็นแกนที่คุ้นเคยของตัวละคร แต่ยังถูกเล่าให้เข้ากับสถานะของเขาในจักรวาล MCU ได้ค่อนข้างลงตัว
รีวิวมองว่าการย้ายฉากหลักมาอยู่ในแมนฮัตตันช่วยให้บรรยากาศของหนังสดและมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะสไปเดอร์-แมนได้กลับไปทำหน้าที่ปกป้องเมืองแบบที่เป็นรากของตัวละครจริง ๆ หนังเปิดด้วยการเล่าช่วงเวลาหลายปีที่ปีเตอร์ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว แต่ยังคงทุ่มเททำงานปราบอาชญากรรมจนได้รับความไว้วางใจจากตำรวจนิวยอร์ก การที่ชีวิตส่วนตัวแทบไม่มีเหลือทำให้เขายิ่งหมกมุ่นกับหน้าที่ของฮีโร่ และเมื่อเขาเผลอกลับไปเจอเน็ดและเอ็มเจ อารมณ์ที่กดทับไว้ก็กลายเป็นชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพลังที่ผิดปกติ รวมถึงความสามารถใหม่อย่างใยสไปเดอร์แบบเกิดเองจากร่างกาย
ทอม ฮอลแลนด์ยังถูกชื่นชมว่าแสดงได้ดีที่สุดในช่วงที่ตัวละครเต็มไปด้วยความโหยหาและความเปราะบาง เขาทำให้ความรู้สึกอยากกลับไปมีชีวิตและความสัมพันธ์เดิม ๆ ดูจริงและเจ็บปวด ขณะเดียวกันในฉากสวมหน้ากาก เขายังถ่ายทอดความมั่นใจของสไปเดอร์-แมนที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของการเป็นนักปราบอาชญากรรมได้ดีขึ้น หนังยังใช้พลังที่เริ่มรวนของปีเตอร์เป็นตัวสะท้อนประเด็นความรับผิดชอบ เมื่อเขาต้องรับผลจากการกระทำของตัวเองโดยไม่มีโทนี่ สตาร์กหรือด็อกเตอร์สเตรนจ์คอยเก็บกวาดให้เหมือนที่ผ่านมา
ในฝั่งตัวละครสมทบ หนังให้พื้นที่กับเอ็มเจของเซนดายาอย่างน่าสนใจ แม้บทของเธอจะถูกใช้เป็นจุดอ่อนที่ศัตรูหยิบไปเล่นงานปีเตอร์ แต่การแสดงของเซนดายาช่วยขยายมิติของเอ็มเจให้ดูมีพัฒนาการและมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ประหลาดที่ทั้งคู่ต้องเผชิญมากขึ้น เคมีระหว่างเธอกับฮอลแลนด์ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยพยุงอารมณ์ของเรื่องได้ดี
ด้านตัวร้าย หนังแนะนำศัตรูรายใหม่ของปีเตอร์ผ่านพลังที่เกี่ยวกับการสลับร่างและยึดร่างคนอื่น ทำให้ฉากไล่ล่าและฉากต่อสู้มีลูกเล่นมากขึ้น แม้บทของตัวร้ายจะมาเด่นจริง ๆ ในครึ่งหลัง แต่พลังแบบนี้ช่วยสร้างความระแวงและกดดันให้ปีเตอร์ต้องคิดหนักว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครได้หรือไม่ รีวิวมองว่าเครื่องมือเชิงภาพรวมนี้ทำงานได้ดีพอจะผลักดันหนังช่วงท้ายให้เข้มข้นขึ้น
ในเชิงงานกำกับ Destin Daniel Cretton ได้รับเครดิตว่ารับไม้ต่อจากไตรภาค “Home” ได้ค่อนข้างราบรื่น และทำให้หนังมีจังหวะแอ็กชันที่คล่องตัวมาก โดยเฉพาะการเคลื่อนกล้องในฉากต่อสู้ที่ทำให้สไปเดอร์-แมนดูว่องไวและเป็น “Spider-Man” มากเป็นพิเศษ หนังยังมีการอ้างอิงกลิ่นอายจากเกม Insomniac ในบางฉาก ซึ่งรีวิวมองว่าเป็นรายละเอียดที่แฟนตัวละครน่าจะสนุกกับมัน
อย่างไรก็ตาม รีวิวก็ชี้ว่าหนังยังไม่ค่อยได้พาตัวละครปีเตอร์ไปสู่พื้นที่ใหม่อย่างชัดเจน เพราะโครงเรื่องเรื่องการต่อสู้กับตัวตนสองด้านยังคล้ายหนังสไปเดอร์-แมนภาคก่อน ๆ อยู่พอสมควร นอกจากนี้ การดึงตัวละครจากจักรวาล MCU อย่างฮัลก์และเพนิชเชอร์มาช่วยเสริมเรื่องก็มีทั้งส่วนที่เวิร์กและไม่เวิร์ก โดยเฉพาะเพนิชเชอร์ที่ให้พลังปะทะคารมและอารมณ์ได้มากที่สุด ขณะที่หน่วย Damage Control ถูกมองว่ายังเขียนบทได้ไม่แน่นพอ และการหยิบวายร้ายเก่าหรือองค์ประกอบจากโลก MCU มาขยายก็ยังให้ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ
ภาพรวมแล้ว Brand New Day ถูกประเมินว่าเป็นการพา Spider-Man กลับสู่จุดแข็งพื้นฐานของตัวละครได้สำเร็จ ทั้งในแง่ฉากแอ็กชันที่สนุก บรรยากาศนิวยอร์กที่เด่นชัด และการขับเน้นความสัมพันธ์ระหว่างปีเตอร์กับคนรอบตัว แม้จะไม่ใช่ภาคที่พลิกสูตรหรือเปิดพื้นที่ใหม่ให้ตัวละครมากนัก แต่ก็ยังเป็นหนังที่จับเสน่ห์ของสไปเดอร์-แมนในแบบของทอม ฮอลแลนด์ได้มั่นคงและดูเป็นมิตรกับแฟน ๆ ของจักรวาล MCU


