Spider-Man: Brand New Day เคยถูกเขียนใหม่หลายรอบ เพราะ Sony ปั้นหนังวายร้ายของตัวเอง
Chris McKenna นักเขียนบทซีรีส์ Spider-Man ของ MCU เปิดเผยว่า Spider-Man: Brand New Day ผ่านการปรับโครงเรื่องหลายครั้งมาก ก่อนจะมาลงเอยในเวอร์ชันสุดท้าย โดยแกนหลักที่ทีมงานอยากทำมาตลอดคือเรื่องการ “…

Chris McKenna นักเขียนบทซีรีส์ Spider-Man ของ MCU เปิดเผยว่า Spider-Man: Brand New Day ผ่านการปรับโครงเรื่องหลายครั้งมาก ก่อนจะมาลงเอยในเวอร์ชันสุดท้าย โดยแกนหลักที่ทีมงานอยากทำมาตลอดคือเรื่องการ “เปลี่ยนผ่าน” ของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ หลังเหตุการณ์ใหญ่จาก No Way Home แต่แนวคิดนี้เคยถูกวางทิ้งแล้วหยิบกลับมาพัฒนาใหม่อีกครั้งในภายหลัง
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดคือการหาว่าศัตรูของหนังควรเป็นใคร เพราะทีมเขียนบทต้องคอยหลบการใช้งานตัวละครที่ Sony นำไปปั้นเป็นหนังสปินออฟของตัวเองอยู่ตลอด เช่น Morbius, Madame Web และ Kraven the Hunter ทำให้หลายครั้งแผนที่คิดไว้ต้องเปลี่ยนกลางทาง บางช่วงทีมเคยตั้งใจใช้ Spot ใน No Way Home แต่พอไปตรงกับแผนของ Spider-Verse ก็ต้องถอยออกมา
McKenna เล่าว่าเคยมีไอเดียแปลกและต่างจากเวอร์ชันปัจจุบันมาก เช่น ให้ปีเตอร์ใช้สำเนียงอังกฤษปลอมตัวเพื่อเข้าหา MJ, แนะนำตัวว่าเป็น Ben Reilly หรือเปิดเรื่องด้วยปีเตอร์เป็นฮีโร่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเรือ ก่อนจะกลับไปนิวยอร์กเพื่อเจอคนแอบอ้างเป็น Spider-Man อีกคน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดสายคอมเมดี้/ลึกลับอย่างปีเตอร์ป่วยจนหลอนคุยกับแมวในร้านบอเดกา หรือโดนเพื่อนบ้านที่แท้จริงเป็นวายร้ายอย่าง Overkill กับ Boomerang
อีกแนวทางหนึ่งที่ถูกพิจารณาคือการทำหนังให้เหมือนสถานการณ์ไล่ล่าในเมืองแบบเร่งด่วนตลอดหนึ่งวัน คล้ายหนังแอ็กชันที่อัดแน่นด้วยกับดักและการตามล่าระยะประชิด โดยมี Kraven หรือวายร้ายระดับถนนเป็นตัวหลัก แต่ก็เจอปัญหาอีก เพราะสุดท้าย Sony กลับประกาศทำหนัง Kraven ของตัวเอง ทำให้แผนเดิมใช้ไม่ได้
ทีมเขียนบทยังลองมองหาวายร้ายที่เกี่ยวกับการแปลงร่างหรือพลังจิตอย่าง Chameleon, Shadow King หรือคอนเซ็ปต์แนวมิวแทนต์ แต่ต้องระวังไม่ให้ชนกับแผนของ Marvel เรื่อง X-Men และการเปิดตัวพวกกลุ่ม mutant ในอนาคต จนสุดท้ายจึงได้ Jean Grey มาเป็นตัวเลือกในระยะหลังมากๆ ก่อนเริ่มถ่ายทำไม่กี่เดือน
แม้โครงเรื่องจะเปลี่ยนไปมา แต่มีฉากหนึ่งที่อยู่ในแผนตั้งแต่ต้นคือการพบกันระหว่างปีเตอร์กับ Yelena ในโรงอาบน้ำ ซึ่ง McKenna มองว่าเป็นซีนที่มีพลังและน่าสนุกพอจะเก็บไว้ได้ สะท้อนว่าหนังเรื่องนี้เกิดจากการต่อสู้ระหว่างไอเดียสร้างสรรค์กับข้อจำกัดด้านสิทธิ์ตัวละครและการจัดสรรจักรวาลหนังของ Marvel กับ Sony ที่ทับซ้อนกันมาหลายปี


