ผู้ก่อตั้ง GSC เผย Stalker 2 ทำกำไรก่อนวางขาย เพราะเงินจากดีลเอ็กซ์คลูซีฟกับ Microsoft
เซอร์กีย์ กริกอโรวิช ผู้ก่อตั้ง GSC Game World เปิดเผยว่า Stalker 2 ทำกำไรได้ตั้งแต่ก่อนเกมจะวางจำหน่ายจริง โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากเงินที่ Microsoft จ่ายเพื่อแลกกับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟบน Xbox และการร่วม…

เซอร์กีย์ กริกอโรวิช ผู้ก่อตั้ง GSC Game World เปิดเผยว่า Stalker 2 ทำกำไรได้ตั้งแต่ก่อนเกมจะวางจำหน่ายจริง โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากเงินที่ Microsoft จ่ายเพื่อแลกกับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟบน Xbox และการร่วมผลักดันโปรเจกต์นี้ในช่วงพัฒนา
กริกอโรวิชเล่าว่า Microsoft สนใจเข้ามาเจรจาหลังจากเห็นกระแสตอบรับของตัวอย่างเปิดตัวเกมที่มียอดรับชมสูงมาก จากนั้นจึงเกิดข้อตกลงที่ช่วยให้ทีมพัฒนาได้รับเงินมากพอครอบคลุมต้นทุนการผลิตเกม เขาระบุเพียงว่าเงินที่ได้ “มากกว่าค่าใช้จ่ายของ Stalker 2” แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขจริงทั้งฝั่งรายได้และงบพัฒนา
บทบาทของ Microsoft กับเกมนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องสิทธิ์วางจำหน่ายแบบจำกัดเวลาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนด้านโปรดักชัน การตลาด และการทำสารคดีเบื้องหลังด้วย ขณะเดียวกันการพัฒนาเกมก็เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามรัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ ซึ่งทำให้การสร้างเกมมีความยากลำบากและถูกเลื่อนหลายครั้งจากกำหนดเดิมที่เคยวางไว้ในปี 2021
Stalker 2 สุดท้ายเปิดตัวบน PC และ Xbox Series X/S ในเดือนพฤศจิกายน 2024 พร้อมลง Game Pass ตั้งแต่วันแรก ก่อนจะตามมาบน PlayStation 5 ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เกมทำยอดขายและยอดผู้เล่นได้ดี โดยมียอดขาย 1 ล้านชุดภายใน 2 วัน และมียอดผู้เล่นรวมทะลุ 6 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ยังมีภาคเสริมเนื้อเรื่องใหญ่ชุดแรกอย่าง Cost of Hope ออกตามมาในช่วงฤดูร้อน
ประเด็นนี้ยังสะท้อนยุทธศาสตร์เดิมของ Microsoft ในยุคที่ต้องการผลักดัน Game Pass ด้วยการทุ่มเงินซื้อคอนเทนต์และสิทธิ์พิเศษเพื่อดึงผู้เล่นเข้าระบบสมัครสมาชิก หลายสตูดิโอในอุตสาหกรรมเคยยกให้ดีลลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงและพยุงการพัฒนาเกมได้จริง แต่ก็มีคำถามตามมาว่ากลยุทธ์ดังกล่าวคุ้มค่าทางธุรกิจเพียงใดในระยะยาว
IGN ชี้ว่าในช่วงหลัง Microsoft กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจเกมครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ที่ต้องการ “รีเซ็ต” ทิศทาง Xbox มีการปลดพนักงานจำนวนมาก ลดบทบาทของบางสตูดิโอ และทบทวนความสำคัญของ Game Pass ขณะที่นักพัฒนาเกมบางรายมองว่าการเติบโตของสมาชิกยังไม่เพียงพอจะรองรับเม็ดเงินมหาศาลที่บริษัทใช้ไปกับการซื้อกิจการและคอนเทนต์ เช่น การซื้อ Activision Blizzard มูลค่า 69,000 ล้านดอลลาร์
โดยรวมแล้ว เรื่องของ Stalker 2 กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของทั้ง “ข้อดี” และ “ข้อจำกัด” ของโมเดล Game Pass: มันช่วยให้เกมขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้แม้ในสภาวะวิกฤต แต่ก็สะท้อนแรงกดดันด้านผลตอบแทนที่กำลังทำให้ Microsoft ต้องทบทวนทิศทางธุรกิจเกมของตนใหม่


