Star Trek: The Last Starship เตรียมปิดฉากศึกคิร์ก-ซาโตในฉบับที่ 12
ซีรีส์คอมิก Star Trek: The Last Starship ของ IDW กำลังจะเดินทางมาถึงบทสรุปในฉบับที่ 12 ซึ่งจะออกเดือนตุลาคม โดยเรื่องราววางกรอบไว้เป็นมหากาพย์แบบมินิซีรีส์ 12 ตอน เล่าผ่านช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ The…

ซีรีส์คอมิก Star Trek: The Last Starship ของ IDW กำลังจะเดินทางมาถึงบทสรุปในฉบับที่ 12 ซึ่งจะออกเดือนตุลาคม โดยเรื่องราววางกรอบไว้เป็นมหากาพย์แบบมินิซีรีส์ 12 ตอน เล่าผ่านช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ The Burn และการเดินทางข้ามเวลาแบบ time dilation ที่ทำให้เนื้อหาขยายไปครอบคลุมเวลาหลายสิบปีของจักรวาล Star Trek
แกนหลักของเรื่องคือการนำกัปตันเจมส์ ที. เคิร์ก ที่ถูกคืนชีพขึ้นมาในศตวรรษที่ 31 มาปะทะกับกัปตันเดลาคอร์ต ซาโต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกวางให้เป็นทั้งศัตรูและคู่สะท้อนกันทางอุดมการณ์ ผู้เขียนคอลลิน เคลลี และแจ็คสัน แลนซิง ระบุว่าความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้คือหัวใจของซีรีส์ และแม้จะมีความเห็นไม่ลงรอยกันในวิธีการ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องจับมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการกอบกู้สหพันธ์และอนาคตของกาแล็กซี
ผู้เขียนยืนยันว่าการจบที่ 12 ตอนเป็นแผนตั้งแต่ต้น และซีรีส์ถูกออกแบบเป็นงานแบบ prestige maxi-series แบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 3 ตอน พร้อมจุดจบที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว พวกเขามองว่าการรู้ตอนจบตั้งแต่ก่อนลงมือเขียนช่วยให้โครงเรื่องมีทิศทางชัดเจน และทำให้การพาเรื่องไปสู่บทสรุปมีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือการใช้ time dilation เป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง ซึ่งช่วยสะท้อนผลของการเดินทางผ่านกาลเวลาต่อทั้งภารกิจและสภาพจิตใจของลูกเรือ ตัวละครต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างรุนแรง เพราะเมื่อเวลาบนเรือและโลกภายนอกเดินไม่เท่ากัน ผู้คนที่พวกเขารู้จักอาจตายไปแล้วหรือใกล้จะจากไป นี่ทำให้ซีรีส์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องผจญภัยไซไฟ แต่ยังเป็นเรื่องของบาดแผล ความโดดเดี่ยว และราคาที่ต้องจ่ายเพื่อภารกิจ
ในระดับธีม ซีรีส์ตั้งคำถามว่าอุดมคติของสหพันธ์จะรอดพ้นจากวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดได้หรือไม่ ผู้เขียนมองว่าคำถามนี้สะท้อนโลกจริงด้วย เพราะคุณค่าที่ Star Trek ยึดถืออย่างความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันคือสิ่งที่ผู้สร้างเชื่อว่าสังคมร่วมสมัยยังต้องการ การปะทะกับ Emerald Chain ถูกใช้เป็นภาพสะท้อนด้านมืดของระบบที่ขับเคลื่อนด้วยความเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบ และการสะสมอำนาจ ซึ่งตรงข้ามกับแนวคิดแบบ Federation ที่พยายามยกระดับและคุ้มครองผู้อื่น
ท้ายที่สุด ผู้เขียนทั้งสองพูดถึงอนาคตหลังปิดซีรีส์นี้ โดยระบุว่าพวกเขาจะส่งไม้ต่อให้ทีมใหม่อย่าง Christopher Cantwell และ Charlie Jane Anders ที่กำลังมีโปรเจ็กต์ Star Trek ชุดใหม่ และตัวเองจะไปทำงานอื่นทั้ง Dungeons & Dragons และคอมิกสยองขวัญ แต่ก็ย้ำว่ายังเปิดโอกาสกลับมาทำ Star Trek อีกในอนาคต เพียงแต่อยากให้ครั้งต่อไปอาจเป็นผลงานในสื่อโทรทัศน์มากกว่าคอมิก


