ผู้กำกับย้ำ Street Fighter ตั้งใจทำให้เวอร์และกวนมาตั้งแต่ต้น ไม่ได้จะเป็นหนังโทนดาร์ก
Kitao Sakurai ผู้กำกับภาพยนตร์ Street Fighter ออกมายืนยันว่าแนวทางของหนังไม่ได้ตั้งใจจะเดินตามสูตร “มืดจริงจังแบบ Batman Begins” อย่างที่แฟนบางส่วนคาดหวัง แต่ถูกวางให้เป็นงานที่เน้นความเพี้ยน ความ…

Kitao Sakurai ผู้กำกับภาพยนตร์ Street Fighter ออกมายืนยันว่าแนวทางของหนังไม่ได้ตั้งใจจะเดินตามสูตร “มืดจริงจังแบบ Batman Begins” อย่างที่แฟนบางส่วนคาดหวัง แต่ถูกวางให้เป็นงานที่เน้นความเพี้ยน ความเวอร์ และพลังความบ้าคลั่งตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาเรื่องกับสตูดิโอ Legendary แล้ว
Sakurai เล่าว่าเหตุผลสำคัญที่เขาได้มาทำโปรเจกต์นี้ก็เพราะสตูดิโอเห็นผลงานและสไตล์จากงานอย่าง The Eric Andre Show และ Bad Trip ซึ่งเด่นเรื่องอารมณ์ขันแบบหลุดโลกและจังหวะที่ไม่ยึดติดกับความสมเหตุสมผลแบบตรงไปตรงมา เขาบอกชัดว่าถ้าเขาเสนอไอเดียหนัง Street Fighter แบบจริงจังดาร์กเป็นพิเศษ ก็ไม่น่าจะได้รับโอกาสทำหนังเรื่องนี้เลย
ผู้กำกับอธิบายว่าทีมงานมองจักรวาล Street Fighter ว่ามีความ “spiritual” และไม่ได้เป็นโลกที่ต้องดิบโหดหรือโทนเลือดสาด จึงเหมาะกับการขยายให้มีความตลกแปลกประหลาดและพลังแบบ “gonzo” มากกว่า เขายังบอกว่าตัวเองใช้บทเรียนจากงานคอมเมดี้ที่บางช่วงอาจไม่จำเป็นต้องสมเหตุสมผลทุกวินาที แต่ต้องคงจังหวะและพลังโดยรวมให้คนดูรู้สึกสนุกและอยากดูต่อ
ผลลัพธ์ของแนวทางนี้ทำให้หนังถูกวิจารณ์จากนักวิจารณ์ค่อนข้างหนัก แต่กลับได้การตอบรับจากผู้ชมดีกว่าอย่างชัดเจน โดยคะแนนบน Rotten Tomatoes แยกเป็นฝั่งนักวิจารณ์ที่ราว 41% ขณะที่คะแนนฝั่งผู้ชมอยู่ที่ 78% สะท้อนความต่างระหว่างความคาดหวังของคนดูสายเกมกับความตั้งใจเชิงสร้างสรรค์ของทีมทำหนัง
IGN เองให้คะแนนหนัง 6/10 โดยชี้ว่าหนังมีพลังจากนักแสดงที่เล่นกันอย่างเต็มที่และมีจิตวิญญาณความอลหม่านอยู่มาก แต่ยังรวมพลังทั้งหมดให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่แข็งแรงและเล่าได้ลื่นพอไม่สำเร็จเต็มที่
แม้หนังจะออกมาพร้อมกระแสถกเถียง แต่คำถามต่อไปคือมันจะทำรายได้พอจนได้ภาคต่อหรือไม่ เนื่องจากตอนจบของเรื่องเปิดช่องไว้หลายทางสำหรับการสานต่อ อย่างไรก็ตาม Sakurai บอกว่ายังไม่มีแผนเป็นทางการหรือการเขียนบทต่อใด ๆ ในตอนนี้ เพียงแต่ทั้งเขาและนักแสดงดูจะสนใจอยากเล่าเรื่องนี้ต่อ หากมีโอกาสในอนาคต


