วิดีโอ Pokémon Ruby/Sapphire ที่คมผิดสังเกตจุดกระแสลือพอร์ตลง Switch
คลิปวิดีโอที่บัญชีทางการของ Pokémon ญี่ปุ่นโพสต์เกี่ยวกับ Pokémon Ruby และ Sapphire กลายเป็นประเด็นให้แฟน ๆ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่ภาพจากเกมต้นฉบับธรรมดา เพราะภาพดูคมชัดและสีสันสดกว่าที่คาด จนหลายคน…

คลิปวิดีโอที่บัญชีทางการของ Pokémon ญี่ปุ่นโพสต์เกี่ยวกับ Pokémon Ruby และ Sapphire กลายเป็นประเด็นให้แฟน ๆ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่ภาพจากเกมต้นฉบับธรรมดา เพราะภาพดูคมชัดและสีสันสดกว่าที่คาด จนหลายคนตีความว่าอาจเป็นฟุตเทจจากเวอร์ชันใหม่หรือการเตรียมพอร์ตลง Nintendo Switch
ต้นทางของโพสต์ดูเหมือนเป็นเพียงคอนเทนต์เชิงขำขันเพื่อยกย่องตัวละคร NPC อย่าง Mr. Briney หรือ Old Man Hagi แต่ความเนี้ยบของภาพทำให้เกิดการวิเคราะห์กันต่อในหมู่แฟน ๆ ว่านี่อาจเป็นสัญญาณของการรีรีลีสเกมภาคคลาสสิกบนแพลตฟอร์มปัจจุบัน คล้ายกับที่เคยมีการนำ FireRed และ LeafGreen กลับมาวางจำหน่ายบน Switch และได้รับงานภาพที่ดูดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม
IGN ระบุว่าแม้ Nintendo ยังไม่ได้ประกาศใด ๆ อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ Ruby และ Sapphire แต่กระแสคาดเดาเรื่องการกลับมาของสองภาคนี้มีมานานพอสมควร หนึ่งในเหตุผลคือมีการพบเบาะแสชื่อเกมในข้อมูลที่ขุดได้จากโค้ดของ FireRed และ LeafGreen อีกทั้งสองเกมภาครีเมคดังกล่าวยังทำยอดขายได้ดีมากในช่วงเปิดตัว จนสะท้อนว่าแฟนเกมยินดีจ่ายเพื่อซื้อเกมเก่ากลับมาเล่นอีกครั้ง
บทความยังชี้ว่าความสำเร็จของ FireRed และ LeafGreen แสดงให้เห็นว่า Nintendo สามารถทำตลาดเกมย้อนยุคได้แม้ไม่ต้องปรับปรุงตัวเกมมากนัก เพียงเพิ่มฟังก์ชันบางส่วน เช่น การปลดล็อกอีเวนต์พิเศษและตัวกรองคำหยาบ ก็เพียงพอให้ผู้เล่นสนใจ ในขณะที่ราคาจำหน่ายระดับ 20 ดอลลาร์ต่อเกมก็ไม่ได้ทำให้ยอดความต้องการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในแง่จังหวะเวลา บทความมองว่ายังพอมีโอกาสที่ Ruby และ Sapphire จะถูกประกาศและวางจำหน่ายก่อนฤดูกาลขายปลายปี ซึ่งเป็นช่วงทำรายได้สำคัญของอุตสาหกรรมเกม หากเกิดขึ้นจริงจะช่วยหนุนรายได้ของ The Pokémon Company เพิ่มเติม ขณะที่เกมใหม่บน Switch 2 อย่าง Pokémon Winds and Waves ยังอยู่ห่างออกไปอีกเป็นปี
เนื้อหายังเชื่อมโยงกับแผนงานอื่นของซีรีส์ด้วย โดยระบุว่าแฟน ๆ ยังรอข้อมูลเรื่องการรองรับ Pokémon Home สำหรับ FireRed และ LeafGreen ในเดือนตุลาคม หากมีการประกาศ Ruby และ Sapphire ตามมาในช่วงเวลาใกล้กัน ก็จะยิ่งดูสมเหตุสมผลในเชิงการตลาดและการเปิดตัวซ้ำของเกมคลาสสิกจากยุค Game Boy Advance


