Die Hard 3 ภาคแรกเตรียมออกชุด Steelbook 4K Limited Edition
ภาพยนตร์ชุด Die Hard สามภาคแรกกำลังจะได้รับการออกแบบแพ็กเกจใหม่ในรูปแบบ 4K UHD Steelbook แบบลิมิเต็ดอิดิชัน โดยถือเป็นครั้งแรกที่ภาคต่ออย่าง Die Hard 2 และ Die Hard with a Vengeance จะมีวางจำหน่ายใน…

ภาพยนตร์ชุด Die Hard สามภาคแรกกำลังจะได้รับการออกแบบแพ็กเกจใหม่ในรูปแบบ 4K UHD Steelbook แบบลิมิเต็ดอิดิชัน โดยถือเป็นครั้งแรกที่ภาคต่ออย่าง Die Hard 2 และ Die Hard with a Vengeance จะมีวางจำหน่ายในฟอร์แมต 4K แม้ภาคแรกเคยออก 4K มาก่อนแล้วก็ตาม รุ่นใหม่นี้เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในราคา 44.99 ดอลลาร์ต่อเรื่อง และกำหนดวางขายวันที่ 1 ธันวาคม
การออกชุดครั้งนี้น่าจะถูกใจทั้งแฟนหนังแอ็กชันยุคคลาสสิกและนักสะสมแผ่นภาพยนตร์ เพราะ Die Hard ถูกยกให้เป็นหนึ่งในหนังแอ็กชันที่ทรงอิทธิพลที่สุดของฮอลลีวูด และยังเป็นผลงานที่ผลักดันบรูซ วิลลิสขึ้นสู่สถานะดาราระดับแถวหน้า ขณะเดียวกัน หนังชุดนี้ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมป๊อปในฐานะต้นแบบของสูตร “Die Hard บน…อะไรสักอย่าง” ที่มีอิทธิพลต่อหนังแอ็กชันจำนวนมากในเวลาต่อมา
ฉบับใหม่ยังมาพร้อมสิทธิ์ใช้งานดิจิทัลผ่าน Movies Anywhere ทำให้ผู้ซื้อสามารถรับชมไฟล์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มที่รองรับหลายเจ้า เช่น Apple TV, Amazon Prime Video และ Google Play ได้ด้วย นี่ทำให้ชุดดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงของสะสม แต่ยังตอบโจทย์คนดูที่ต้องการความสะดวกในการเข้าถึงคอนเทนต์ข้ามอุปกรณ์และบริการสตรีมมิง
IGN ยังสรุปภาพรวมของแต่ละภาคไว้ด้วย โดยภาคแรกเล่าเรื่องจอห์น แมคเคลนติดอยู่ในตึกระฟ้าระหว่างงานเลี้ยงคริสต์มาสและต้องรับมือกลุ่มโจรติดอาวุธ ภาคสองย้ายฉากไปสนามบินและเล่นกับสถานการณ์วิกฤตระบบควบคุมการบิน ส่วนภาคสามกลับมาเข้มข้นในนิวยอร์กด้วยเกมไล่ล่าและปริศนาระเบิดของตัวร้ายไซมอน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นภาคที่ลงตัวและประสบความสำเร็จเชิงรายได้มากที่สุดในไตรภาคช่วงต้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือสเปกของแผ่นทั้งสามชุดมีของแถมเชิงสารคดีและเบื้องหลังการสร้างค่อนข้างมาก เช่น คำบรรยายเสียงโดยผู้กำกับ, ฉากที่ถูกลบ, ฟีเจอร์เบื้องหลังงานเทคนิคพิเศษ, ภาพนิ่งอินเทอร์แอกทีฟ และเวอร์ชันทางเลือกของบางฉาก ทำให้การออกครั้งนี้มีความน่าสนใจทั้งในฐานะสินค้าแฟนคลับและคอนเทนต์สะสมระดับพรีเมียม
โดยรวม ข่าวนี้สะท้อนว่าตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ยังมีพื้นที่สำหรับการรีแพ็กเกจผลงานคลาสสิกในรูปแบบคุณภาพสูง แม้จะไม่ใช่การรีบูตหรือภาคใหม่ แต่การนำหนังเก่ามาทำ 4K Steelbook ก็ยังช่วยกระตุ้นยอดขายจากทั้งนักสะสมและผู้ชมรุ่นใหม่ที่อยากย้อนดูหนังแอ็กชันระดับตำนานในภาพและเสียงที่ดีขึ้น


