Sony ยกเลิกแผ่นเกมทำให้นึกถึงเสน่ห์ของกล่องเกมยุคพีซี
คอลัมน์ Weird Weekend ของ PC Gamer ใช้ข่าวที่ Sony ประกาศแนวทางลดบทบาทสื่อกายภาพบน PlayStation จนสุดท้ายอาจเหลือแต่เกมดิจิทัล เป็นจุดตั้งต้นในการสะท้อนว่า “รูปธรรม” ของเกมเคยมีความหมายต่อผู้เล่น…

คอลัมน์ Weird Weekend ของ PC Gamer ใช้ข่าวที่ Sony ประกาศแนวทางลดบทบาทสื่อกายภาพบน PlayStation จนสุดท้ายอาจเหลือแต่เกมดิจิทัล เป็นจุดตั้งต้นในการสะท้อนว่า “รูปธรรม” ของเกมเคยมีความหมายต่อผู้เล่นมากกว่าที่คิด แม้ฝั่งพีซีจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลมานานแล้วก็ตาม
ผู้เขียนเล่าย้อนถึงประสบการณ์ส่วนตัวกับเกมพีซีแบบกล่องแรก ๆ ที่จำได้ชัด คือ Tunnel B1 เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งจากปี 1996 ซึ่งแทบไม่มีใครนึกถึงในปัจจุบัน แต่กลับฝังอยู่ในความทรงจำเพราะตัวกล่องและภาพหน้าปกที่ชวนจินตนาการ ตั้งแต่ชายสวมหน้ากากแก๊ส ไปจนถึงภาพหน้าจอที่ดูเหมือนบอกใบ้โลกของเกมที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าความเป็นจริงมาก
เมื่อกลับไปลองเล่นใหม่ ผู้เขียนพบว่า Tunnel B1 ไม่ได้เป็นเกมระดับตำนานอย่างที่จิตนาการในวัยเด็กสร้างไว้ เกมมีรูปแบบเรียบง่าย ยิงศัตรูตามเส้นทางคล้ายทางด่วนในฉากสีเขียวซ้ำ ๆ อาวุธไม่ทรงพลัง และระบบเล่นค่อนข้างตื้นเขิน แต่ความเร็วของยานที่ควบคุมยากแบบลื่นไถลก็ยังมีเสน่ห์อยู่บ้าง ทว่าความประทับใจที่ติดตัวมาจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเกม หากแต่อยู่ที่การได้ถือกล่อง สำรวจภาพปก และปล่อยให้จินตนาการเติมเต็มสิ่งที่ยังไม่รู้
บทความชี้ว่า ประสบการณ์แบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กยุคหนึ่งหลงรักวิดีโอเกม: กล่องเกม แผ่นดิสก์ และภาพหน้าปกเป็นเหมือนวัตถุที่ช่วยขยายโลกในหัวของผู้เล่น ก่อนจะได้สัมผัสตัวเกมจริง ๆ ผู้เขียนมองว่าหากอุตสาหกรรมเดินหน้าไปสู่ดิจิทัลล้วนมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้แรงดึงดูดทางกายภาพและพิธีกรรมของการซื้อเกมหายไป ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความสะสม แต่รวมถึงพื้นที่ให้ความฝันและความคาดหวังเติบโตด้วย
ท้ายที่สุด บทความไม่ได้ปฏิเสธความสะดวกของเกมดิจิทัล แต่เตือนว่าเมื่อโลกเกมละทิ้งสื่อกายภาพไปทั้งหมด ก็อาจสูญเสียบางอย่างที่วัดค่าไม่ได้ เช่น ความทรงจำ ความรู้สึกของการครอบครอง และความมหัศจรรย์ที่เกิดจากการได้จับต้อง “กล่องเกม” จริง ๆ แม้สำหรับผู้เขียน สิ่งที่ยังติดอยู่ในใจมากที่สุดอาจไม่ใช่ Tunnel B1 เอง แต่คือภาพฝันที่กล่องเกมใบหนึ่งเคยสร้างขึ้นในวัยเด็ก


