ทำเนียบขาวเปิดอาร์เคดออนไลน์ล้อเกมดัง แต่ถูกวิจารณ์หนักเรื่องเนื้อหาเหยียดและชวนแบ่งแยก
ทำเนียบขาวเปิดหน้าเว็บอาร์เคดออนไลน์ที่รวบรวมเกมเบราว์เซอร์สั้น ๆ หลายเกมในธีมการเมืองและนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่สื่อเกมมิงและผู้วิจารณ์มองว่าโครงการนี้มีทั้งเนื้อหาที่หยาบคาย ชวนแบ่งแยก และทำออกมา…

ทำเนียบขาวเปิดหน้าเว็บอาร์เคดออนไลน์ที่รวบรวมเกมเบราว์เซอร์สั้น ๆ หลายเกมในธีมการเมืองและนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่สื่อเกมมิงและผู้วิจารณ์มองว่าโครงการนี้มีทั้งเนื้อหาที่หยาบคาย ชวนแบ่งแยก และทำออกมาแบบขาดความประณีต โดยหลายเกมอาศัยโครงสร้างจากเกมดังคลาสสิกมาแปลงเป็นสื่อโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าจะเป็นเกมที่เล่นสนุกจริง
เกมเปิดตัวชุดแรกมีตั้งแต่ Flappy Bill ที่ล้อ Flappy Bird ด้วยการบังคับนกอินทรีบินเหนือ National Mall ไปจนถึง Build the Wall: Zombie Border Siege ที่หยิบแนวคิดของ Tetris มาใช้กับภาพและข้อความเกี่ยวกับ “ปกป้องชายแดน” และฝูงซอมบี้ ผู้เขียนชี้ว่าเกมนี้ไม่ได้เลียนแบบกติกา Tetris อย่างเหมาะสม เพราะบล็อกไม่ได้หายไปเมื่อเรียงครบแถว ทำให้ระบบเกมเสียสมดุลและยิ่งตอกย้ำความตั้งใจด้านการสื่อสารทางการเมืองมากกว่าการออกแบบเกม
อีกเกมคือ Rio Run ที่อิง Snake แต่ใส่ภาพของชายผิวขาวในชุดสูทไล่เก็บผู้คนผิวเข้มทีละคนเป็นขบวนเชลย ก่อนจะถูก “เนรเทศ” เมื่อเล่นพลาด ส่วน Supply Line ใช้แนวคิดคัดแยกอาหารในโรงเรียนภายใต้กรอบ “ทำให้อเมริกาสุขภาพดีอีกครั้ง” โดยนำเอาความคิดของ Robert F. Kennedy Jr. มาเป็นแกน และยังมีภาพตัวละครชายผิวดำกำยำคอยลงโทษเมื่อผู้เล่นคัดอาหารผิด ซึ่งถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบที่น่ากังวลและสับสนในเชิงสัญลักษณ์
เกมสุดท้าย Trump Savings Tycoon ให้ผู้เล่นเก็บวัตถุที่ลอยผ่านฟ้าเพื่อเพิ่มเงินให้บัญชีออมทรัพย์เด็กที่โยงกับชื่อทรัมป์ ตัวเกมเล่นง่ายมากแต่การควบคุมไม่แม่น ทำให้เสียแต้มได้เร็ว ฉากหลังยังมีสัญลักษณ์ทางการเมืองและภาพลวงตาของความมั่งคั่ง-อำนาจ เช่น วิวกรุงวอชิงตันพร้อมเครนก่อสร้างขนาดใหญ่และขบวนรถคล้ายตำรวจบินผ่านฟ้าเป็นระยะ
บทความมองว่าโครงการนี้ล้มเหลวทั้งในเชิงความคิดและการผลิต เพราะเกมแต่ละชิ้นดูเหมือนถูกทำอย่างรีบ ๆ หรืออาจใช้วิธีสร้างแบบ “vibe-coded” มากกว่าการพัฒนาอย่างจริงจัง อีกทั้งยังสะท้อนแนวทางสื่อสารของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีที่พึ่งพามุก เกมมีม และภาพที่สร้างด้วย AI เพื่อกระตุ้นกระแสบนโซเชียลอย่างต่อเนื่อง
ในมุมกว้าง ผู้เขียนเชื่อว่าเป้าหมายสำคัญคือการสื่อสารกับกลุ่มชายหนุ่มผู้เล่นเกม ซึ่งเป็นกลุ่มที่การเมืองฝ่ายขวาในสหรัฐฯ เคยเข้าถึงผ่านปรากฏการณ์ Gamergate และต่อยอดไปสู่เครือข่ายออนไลน์สายช็อกและวัฒนธรรมแมนโนสเฟียร์ บทความอ้างความเห็นจากนักวิชาการด้านเกมและการเมืองที่มองว่าคอนเทนต์ลักษณะนี้ทำงานได้เพราะอาศัยวัฒนธรรมป๊อปที่คนคุ้นเคย ความแสบสัน และความรู้สึกท้าทายกฎเกณฑ์
ท้ายที่สุด สื่อเกมมิงรายนี้คาดว่าอาจมีเกมเพิ่มอีก เพราะบนหน้าเว็บยังมีช่องว่างสำหรับผลงานใหม่หนึ่งช่อง ขณะเดียวกัน The Tetris Company ก็ส่งสัญญาณไม่พอใจและเตือนเรื่องลิขสิทธิ์อย่างเป็นนัย หลังจากย้ำว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างเกม Build the Wall ทั้งหมดนี้ทำให้ “อาร์เคด” ของทำเนียบขาวกลายเป็นตัวอย่างของการเอาเกมมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ทั้งเสี่ยงต่อข้อครหาด้านลิขสิทธิ์และถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมอย่างหนัก


