ม็อด Deus Ex มุมมองบุคคลที่สามเพิ่มยิงสองมือและท่าหลบแบบ Max Payne
มีม็อดที่กำลังพัฒนาสำหรับ Deus Ex ซึ่งเปลี่ยนเกมอีมเมอร์ซีฟซิมคลาสสิกจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งไปเป็นบุคคลที่สาม และทำให้ภาพรวมของเกมดูแปลกใหม่กว่าที่คุ้นเคยอย่างมาก ผู้ที่เผยแพร่วิดีโอเดโมหลายคลิปคือยู…

มีม็อดที่กำลังพัฒนาสำหรับ Deus Ex ซึ่งเปลี่ยนเกมอีมเมอร์ซีฟซิมคลาสสิกจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งไปเป็นบุคคลที่สาม และทำให้ภาพรวมของเกมดูแปลกใหม่กว่าที่คุ้นเคยอย่างมาก ผู้ที่เผยแพร่วิดีโอเดโมหลายคลิปคือยูทูบเบอร์ dan2091 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้แค่สลับมุมกล้อง แต่ยังใส่ระบบใหม่เข้ามาหลายอย่างเพื่อให้การเล่นเข้ากับมุมมองที่เปลี่ยนไป
จากคลิปที่เผยแพร่ มีทั้งระบบเปลี่ยนเสื้อผ้าของ JC Denton เพื่อให้ผู้เล่นเห็นตัวละครของตนเองชัดขึ้น การปีนบันไดด้วยแอนิเมชันเฉพาะ และระบบยิงสองมือที่ใช้งานได้ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในมุมมอง first-person หรือ third-person จุดที่สะดุดตามากที่สุดคือความคล่องตัวของตัวละครที่เพิ่มขึ้น โดย JC สามารถกลิ้งตัวและหลบกระสุนขณะยิงปืนพกคู่ได้ คล้ายกับสไตล์แอ็กชันของ Max Payne อย่างชัดเจน
ผู้เขียนต้นทางมองว่าแอนิเมชันการกลิ้งและการหลบยิงอาจถูกยกมาจากเกมของ Remedy โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Max Payne ภาค 1 หรือ 2 แต่ถึงอย่างนั้น ภาพรวมกลับเข้ากับ Deus Ex ได้อย่างน่าประหลาด เพราะทั้งสองแฟรนไชส์มีบรรยากาศหม่น ดิบ และโลกที่ทรุดโทรมคล้ายกัน จึงทำให้การนำท่าทางแบบเกมยิงแอ็กชันมาใส่ใน Deus Ex ดูไม่หลุดจนเกินไป
บทความยังชี้ว่า Deus Ex เคยทดลองกับมุมมองที่หลากหลายมาก่อนแล้ว เช่น Human Revolution และ Mankind Divided ที่สลับเป็นมุมมองบุคคลที่สามเมื่อหลบหลังที่กำบังหรือทำท่าปราบศัตรู รวมถึงภาคต้นฉบับที่มีการเปลี่ยนเป็นภาพแบบ shot/reverse shot ระหว่างบทสนทนาอยู่บ้าง ดังนั้นม็อดนี้จึงเป็นเหมือนการขยายแนวคิดเดิมให้สุดทางมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ม็อดจะน่าสนใจ แต่สิ่งที่ผู้เขียนสะท้อนคือความหวังที่ยังคงมีต่อซีรีส์ Deus Ex เอง เพราะหากจะได้เล่นเวอร์ชันบุคคลที่สามอย่างเต็มตัวจริง ๆ ก็คงน่าดีใจมากหากนั่นหมายถึงการกลับมาของเกมภาคใหม่ แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับไม่เอื้อ โดยมีรายงานว่าภาคใหม่ที่ Eidos Montreal เคยทำถูกยกเลิกไป และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าซีรีส์จะกลับมาในเร็ว ๆ นี้
โดยสรุป ม็อดนี้เป็นการทดลองที่ชวนให้เห็นว่า Deus Ex ยังมีพื้นที่ให้ตีความและปรับโฉมได้อีกมาก แม้จะยังไม่ใช่ทางการ และยังไม่ช่วยให้แฟรนไชส์กลับมาฟื้นตัว แต่ก็สะท้อนทั้งพลังของคอมมูนิตี้ม็อดเดอร์และความโหยหาของแฟนเกมที่ยังอยากเห็น JC Denton กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่


