สหรัฐฯ ทดลองใช้ AI อนุมัติหรือปฏิเสธการรักษาผู้สูงอายุในโครงการ Medicare จนถูกวิจารณ์หนัก
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์เริ่มโครงการนำร่องในเดือนมกราคม เพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธการรักษาบางประเภทสำหรับผู้ป่วยในระบบ Medicare ซึ่งเป็นสวัสดิการสุขภาพของรัฐบาลสำหรับ…

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์เริ่มโครงการนำร่องในเดือนมกราคม เพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธการรักษาบางประเภทสำหรับผู้ป่วยในระบบ Medicare ซึ่งเป็นสวัสดิการสุขภาพของรัฐบาลสำหรับผู้สูงอายุ โดยเดิมทีการเข้าถึงการรักษาหลายรายการในระบบนี้ไม่ได้ต้องผ่านขั้นตอนขออนุมัติล่วงหน้าแบบเข้มงวดมาก่อน
ไม่นานหลังโครงการเริ่มใช้งาน สื่อหลายสำนักรายงานผลกระทบด้านลบจำนวนมาก ทั้งปัญหาทางเทคนิค การตัดสินใจล่าช้า การปฏิเสธที่ดูไม่มีเหตุผล และภาระที่เพิ่มขึ้นกับแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งต้องรอการอนุมัติในขณะที่อาการเจ็บป่วยยังดำเนินอยู่ รายงานเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่า AI ที่นำมาใช้ในงานตัดสินสิทธิการรักษาอาจทำให้กระบวนการดูแลผู้ป่วยแย่ลงแทนที่จะช่วยให้มีประสิทธิภาพขึ้น
ต่อมา Electronic Frontier Foundation (EFF) เผยแพร่เอกสารของรัฐบาลที่ได้มาจากการฟ้องร้อง ซึ่งสะท้อนเสียงสะท้อนจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพหลายราย เอกสารดังกล่าวชี้ว่าผู้เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งมองโครงการนี้ในแง่ลบอย่างยิ่ง และมีคำวิจารณ์รุนแรงถึงขั้นเรียกมันว่าเป็นสิ่งที่น่าอับอายต่อความเป็นมนุษย์ ขณะที่บางรายระบุว่าพบผู้ป่วยร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดระหว่างรอการอนุมัติการรักษา
กระแสต่อต้านทำให้สมาชิกสภาคองเกรสเริ่มเรียกร้องคำอธิบายและพยายามผลักดันให้ยุติโครงการ ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของสหรัฐฯ (GAO) ระบุเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องในการจัดตั้งโครงการ จนทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความชอบด้วยกฎหมายของโครงการนี้ด้วย
แม้จะมีข้อกังขาทั้งด้านประสิทธิภาพ จริยธรรม และความชอบธรรมทางกฎหมาย แต่รายงานระบุว่าโครงการยังคงเดินหน้าต่อไป และมีแผนจะขยายการใช้งานในอนาคต ซึ่งทำให้กรณีนี้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงเมื่อนำ AI มาใช้ตัดสินใจในระบบสาธารณสุขที่กระทบต่อชีวิตคนโดยตรง

