Waymo หยุดรถแจ้งตำรวจ หลังวัยรุ่นยิงของเล่นจากในรถไร้คนขับ
เหตุการณ์ในแคลิฟอร์เนียสะท้อนบทบาทของรถแท็กซี่ไร้คนขับในการบังคับใช้กฎความปลอดภัยกับผู้โดยสาร เมื่อวัยรุ่น 2 คนถูกจับได้ว่ากำลังนั่งรถ Waymo แล้วใช้เวลาระหว่างโดยสารไปกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และ…

เหตุการณ์ในแคลิฟอร์เนียสะท้อนบทบาทของรถแท็กซี่ไร้คนขับในการบังคับใช้กฎความปลอดภัยกับผู้โดยสาร เมื่อวัยรุ่น 2 คนถูกจับได้ว่ากำลังนั่งรถ Waymo แล้วใช้เวลาระหว่างโดยสารไปกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยิงเม็ดเจลจากในรถใส่สิ่งต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง
ตามรายงานของตำรวจซานมาเทโอ Waymo ตรวจพบพฤติกรรมดังกล่าวและตัดสินใจหยุดรถเอง ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ทำให้ตำรวจสามารถนำตัวทั้งสองออกจากรถได้อย่างปลอดภัย เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่การละเมิดกฎของผู้โดยสาร แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบของรถไร้คนขับสามารถเฝ้าระวังและตอบสนองต่อพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง
ตำรวจระบุชัดว่าผู้โดยสารกำลังกระทำการดังกล่าวขณะนั่งในรถไร้คนขับ และเหตุที่ต้องรีบเข้าจัดการก็เพราะพฤติกรรมเช่นนี้อาจกระทบต่อความปลอดภัยของคนในรถและสาธารณะ แม้จะดูเหมือนการแกล้งกันเล่นหรือก่อกวนเล็กน้อย แต่ในบริบทของรถอัตโนมัติที่วิ่งบนถนนจริง การใช้งานผิดวัตถุประสงค์สามารถยกระดับเป็นเรื่องที่ต้องบังคับใช้กฎหมายได้ทันที
กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นว่าการมีคนขับหายไป ไม่ได้หมายความว่าจะมีช่องให้ผู้โดยสารทำอะไรก็ได้ เพราะผู้ให้บริการอย่าง Waymo มีระบบและนโยบายตรวจจับพฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมประสานงานกับหน่วยงานรัฐเมื่อจำเป็น เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาก่อนในลอสแอนเจลิส ซึ่งมีรายงานว่าผู้โดยสารดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรถไร้คนขับแล้วถูกแจ้งตำรวจเช่นกัน
โดยรวม เรื่องนี้ตอกย้ำว่าเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับไม่ได้มีไว้แค่ขนส่งอัตโนมัติ แต่ยังมาพร้อมการกำกับดูแลผู้โดยสารในระดับหนึ่ง และผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพราะรถอาจ “รายงานตัวเอง” ได้เมื่อเกิดพฤติกรรมที่เข้าข่ายอันตรายหรือผิดระเบียบ


