Warhammer: Blood Bowl ปรับใหญ่ในรอบใหม่ เปลี่ยนเป็นเกมเพลย์สั้นลงและลื่นขึ้น
Warhammer: Blood Bowl เวอร์ชันใหม่ถูกมองว่าไม่ใช่เกมภาคใหม่เต็มตัว แต่เป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของ Blood Bowl 3 มากกว่า โดยจากเบต้าเห็นได้ชัดว่าทีมพัฒนาเน้นปรับจังหวะการเล่นให้กระชับขึ้น และลดความ…

Warhammer: Blood Bowl เวอร์ชันใหม่ถูกมองว่าไม่ใช่เกมภาคใหม่เต็มตัว แต่เป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของ Blood Bowl 3 มากกว่า โดยจากเบต้าเห็นได้ชัดว่าทีมพัฒนาเน้นปรับจังหวะการเล่นให้กระชับขึ้น และลดความหงุดหงิดจากระบบเดิมหลายจุด โดยยังคงแกนหลักแบบเกมวางกลยุทธ์อเมริกันฟุตบอลแฟนตาซีเอาไว้อย่างเดิม
หนึ่งในจุดที่ช่วยให้เล่นได้สะดวกขึ้นคือการบันทึกและออกจากเกมกับ AI ได้ทันที ทำให้ผู้เล่นสามารถแบ่งเวลาเล่นเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ง่ายกว่าเดิม แม้แต่ก่อนแมตช์ใน Blood Bowl 3 จะไม่ได้ยาวมาก แต่ระบบใหม่ช่วยลดปัญหาการต้องฝืนเล่นต่อเมื่อมีเวลาไม่พอ นอกจากนี้ยังมีโหมดใหม่ชื่อ Rumble Mode ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกติกา Sevens บนโต๊ะจริง เป็นแมตช์แบบ 7 คนต่อฝั่งบนสนามที่เล็กลง เล่นเร็วขึ้น และเหมาะกับคนที่อยากจบเกมไวขึ้น
Rumble Mode เปลี่ยนโครงสร้างเกมอย่างเห็นได้ชัด เพราะแต่ละครึ่งมีเพียง 6 เทิร์น แทน 8 เทิร์น และการรีโรลมีราคาสูงขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้ความผิดพลาดเกิดบ่อยและเกมเดินเร็วขึ้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังไม่มีแนวปะทะหน้าเส้นเริ่มต้นเหมือนเดิม ทีมที่เปราะบางจึงไม่ต้องเสียผู้เล่นสามคนตั้งแต่เทิร์นแรก ส่วนทีมที่ใช้ตัวช้าก็ได้รับผลกระทบน้อยลงเพราะสนามสั้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันสกิลที่ช่วยให้รีโรลได้ เช่น Dodge ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น
ผู้เขียนมองว่าโหมดนี้ช่วยให้บางทีมได้เปรียบในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะทีมตัวเล็กและคล่องตัว เช่น Halfling ที่เดิมมักลำบากในเกมมาตรฐาน แต่กลับดูมีที่ยืนมากขึ้นในรูปแบบใหม่นี้ เพราะสามารถใช้ความสามารถของตัวช่วยอย่าง Halfling Master Chef เพื่อลดรีโรลของคู่แข่งได้ด้วย อีกทั้งโหมด Rumble ยังถูกผูกเข้ากับแคมเปญตั้งแต่ช่วงแรก ทำให้ผู้เล่นใหม่ได้สัมผัสระบบนี้ตั้งแต่ต้น และสามารถเลือกเล่นต่อในโหมดอื่น ๆ ได้ทั้งลีก แฟรนดลี่ และการแข่งขันต่าง ๆ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ AI ดูจะฉลาดขึ้นเล็กน้อยเมื่ออยู่ในแมตช์ขนาดย่อม แม้จะยังมีจังหวะตัดสินใจผิดพลาดอยู่บ้าง แต่จากเบต้ารอบนี้ AI ดูเลือกการบล็อกได้เหมาะสมกว่าเดิม และเริ่มมีพฤติกรรมที่หลากหลายขึ้น เช่นพยายามส่งบอลแทนที่จะยึดติดกับการตั้งกำแพงล้อมบอลอย่างเดียว ซึ่งสะท้อนว่าทีมพัฒนากำลังพยายามแก้ปัญหา AI ที่เคยถูกวิจารณ์ว่าทึบและคาดเดาได้ง่าย
เกมเวอร์ชันนี้ยังนำกติกาซีซัน 3 ของเกมกระดานต้นฉบับมาปรับใช้ด้วย เช่น ระบบที่ลงโทษการถ่วงเวลาและให้รางวัลถ้าเล่นเกมแบบเดินหน้าจบเร็ว รวมถึงท่าพิเศษ Secure the Ball ที่ช่วยเก็บบอลได้ปลอดภัยขึ้นแลกกับการเสียการกระทำที่เหลือของตัวละครในเทิร์นนั้น อีกทั้งกติกาการส่งบอลก็ถูกปรับให้ลดผลลัพธ์แบบสุ่มที่น่าหงุดหงิด และส่งเสริมให้ผู้เล่นเน้นเกมรุกกับการควบคุมบอลมากกว่าการปะทะอย่างเดียว
การเปลี่ยนวิธีคัดเลือก MVP ก็เป็นอีกจุดที่ช่วยลดความรู้สึกเสียเปล่าของผู้เล่นสำรอง โดยจะมีเฉพาะตัวที่ถูกเสนอชื่อไว้เท่านั้นที่มีสิทธิ์รับคะแนนพิเศษ ทำให้การจัดทีมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกเหนือจากระบบเกมแล้ว หน้าจอเมนูและหน้าอัปเกรดตัวละครก็ได้รับการปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมแนะนำสกิลยอดนิยมที่ผู้เล่นคนอื่นมักเลือกในสถานการณ์เดียวกัน ช่วยให้ผู้เล่นใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเปิดคู่มือภายนอก
อย่างไรก็ตาม เบต้านี้ยังไม่รวมสองทีมใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามา คือ Tomb Kings และ Bretonnians และยังไม่มีข้อมูลเรื่องร้านค้าหรือซีซันพาส จึงยังตอบไม่ได้ว่ารูปแบบการขายและการสร้างรายได้จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน โดยรวมแล้วบททดสอบรอบนี้ทำให้ Warhammer: Blood Bowl ดูเป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงจากของเดิมอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าจะเป็นภาคใหม่แยกขาด และตัวเกมเต็มมีกำหนดออกภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่พรีวิวสาธารณะจะเปิดบน Steam วันที่ 7 ตุลาคม


