ShinyHunters อ้างแฮ็กฐานข้อมูล FBI และขโมยข้อมูลพนักงาน-ผู้สมัครหลายพันราย

กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อดัง ShinyHunters ซึ่งเคยถูกโยงกับการบังคับเรียกค่าไถ่จาก Rockstar Games มาก่อน อ้างว่าครั้งนี้สามารถเจาะระบบฐานข้อมูลภายในของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ได้สำเร็จ โดยระบุว่ามีข้อมูลของพนักงานและผู้สมัครงานของ FBI “ทั้งหมด” อยู่ในมือ
รายงานจาก 404 Media ระบุว่า กลุ่มดังกล่าวส่งตัวอย่างข้อมูลให้สื่อ ซึ่งดูเหมือนมีข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ FBI ราว 5,000 คน ข้อมูลที่อ้างว่าหลุดไปประกอบด้วยชื่อที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด และในบางกรณีรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับคู่สมรสด้วย ขณะที่ Reuters ก็ได้รับตัวอย่างชุดข้อมูลเช่นกัน และบอกว่าสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้บางส่วนเมื่อเทียบกับข้อมูลที่มีอยู่เดิม เช่น หมายเลขประกันสังคม ประวัติจากเครดิตบูโร และข้อมูลรั่วไหลจากเหตุการณ์ก่อนหน้า รวมถึงข้อมูลของ Kash Patel ผู้อำนวยการ FBI คนปัจจุบัน
นอกจากข้อมูลรั่วไหลแล้ว เว็บไซต์รับสมัครงานของ FBI ยังถูกแก้หน้าเว็บหรือ deface โดยขึ้นข้อความในลักษณะล้อเลียนว่าถูก ShinyHunters ยึดเว็บไซต์ พร้อมอ้างว่าข้อมูล FBI ทั้งหมดถูกเจาะ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลด้านสุขภาพของทั้งเจ้าหน้าที่ปัจจุบัน อดีตเจ้าหน้าที่ และผู้สมัครงาน แม้ข้อความดังกล่าวจะถูกถอดออกไปแล้ว แต่เว็บไซต์ในตอนนี้ยังแสดงสถานะว่าอยู่ระหว่างบำรุงรักษา
ฝั่ง FBI ออกมาระบุเพียงว่าสำนักงานรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งกระทบต่อเว็บไซต์ FBIjobs.gov และกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่มีการยืนยันต่อสาธารณะว่าการเจาะระบบเกิดขึ้นในวงกว้างเพียงใด หรือข้อมูลที่หลุดมีขอบเขตแค่ไหน
ที่น่าสนใจคือ ShinyHunters อ้างว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเงินโดยตรง แต่เป็นการตอบโต้รายงานก่อนหน้าของ FBI ที่ระบุว่ากลุ่มนี้มักขยายภาพการเข้าถึงข้อมูลลับเพื่อบังคับให้เหยื่อยอมจ่ายเงิน พร้อมกล่าวหาว่าใช้วิธีข่มขู่หลายรูปแบบ เช่น ส่งข้อความและโทรศัพท์คุกคาม รวมถึงบางกรณีที่อาจถึงขั้น swatting กลุ่มแฮ็กเกอร์ยังเผยแพร่ข้อความโต้กลับและให้เวลา FBI หนึ่งสัปดาห์เพื่อแก้ไขหรือถอนข้อมูลที่พวกเขาเห็นว่าเป็นคำกล่าวอ้างไม่จริง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์สามารถลุกลามไปถึงการโจมตีเชิงสัญลักษณ์และการเปิดโปงข้อมูลบุคลากรโดยตรง ซึ่งหากข้อมูลที่อ้างว่ารั่วไหลได้รับการยืนยัน ก็อาจกระทบต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่และผู้สมัครจำนวนมาก รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อ FBI ในการตรวจสอบเหตุการณ์และสื่อสารข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากขึ้น


