ผู้ร่วมก่อตั้ง 3dfx ชี้ Quake คือแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ Voodoo ฮิตถล่มทลาย
Ross Smith หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง 3dfx ออกมาเล่าย้อนถึงยุคเริ่มต้นของการ์ดกราฟิก Voodoo ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โดยระบุชัดว่าเกม Quake มีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จของบริษัท เขามองว่าช่วงที่ Quake ได้รับการ…

Ross Smith หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง 3dfx ออกมาเล่าย้อนถึงยุคเริ่มต้นของการ์ดกราฟิก Voodoo ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โดยระบุชัดว่าเกม Quake มีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จของบริษัท เขามองว่าช่วงที่ Quake ได้รับการรองรับจากฮาร์ดแวร์ 3D ผ่าน GLQuake และ MiniGL คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การ์ด 3dfx แสดงศักยภาพได้เต็มที่ ทั้งด้านความละเอียด สีสัน และภาพที่ลื่นไหลกว่าเดิม จนช่วยผลักยอดขาย Voodoo ได้เป็นล้านใบ
Smith เล่าว่า 3dfx และ John Carmack จาก id Software มีการทำงานร่วมกันในเชิงเทคนิคเพื่อทำให้เกมรองรับการเรนเดอร์ผ่านฮาร์ดแวร์ได้ดีขึ้น ความร่วมมือนี้ทำให้ Quake กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของเกมที่ใช้ประโยชน์จากการ์ดเร่งกราฟิกโดยตรง และยังช่วยให้ผู้เล่นเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างการเล่นแบบเดิมกับแบบใช้ฮาร์ดแวร์ 3D ซึ่งในเวลานั้นถือว่าเป็นของใหม่มาก
เขายังชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 3dfx กับนักพัฒนาเกมเป็นหัวใจของกลยุทธ์บริษัท ต่างจากผู้ผลิตชิปกราฟิกรายอื่นในยุคนั้นที่มองเกมดีเวลอปเปอร์เป็นเพียงภาระ 3dfx เลือกจะสร้างความร่วมมือเชิงรุก นำเกมไปสาธิตบนการ์ด Voodoo ก่อนวางขายจริง และใช้เกมเป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่าฮาร์ดแวร์ของตนทำอะไรได้บ้าง แนวคิดนี้สะท้อนรูปแบบที่วงการฮาร์ดแวร์เกมสมัยใหม่ใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, Intel หรือ AMD ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้พัฒนาเพื่อปรับแต่งประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ของเกม
บทสัมภาษณ์ยังย้อนมองภาพใหญ่ของ 3dfx ว่า Voodoo เป็นผลิตภัณฑ์ที่ “แหวกแนว” ในยุคนั้น เพราะถูกออกแบบมาเพื่อเร่งกราฟิก 3D โดยเฉพาะ และทำงานร่วมกับการ์ด 2D แยกต่างหาก ทำให้ซีพียูมีภาระน้อยลงและโฟกัสงานอื่นได้มากขึ้น นับเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ผลักอุตสาหกรรมพีซีเกมไปสู่ฮาร์ดแวร์เฉพาะทางมากขึ้น
Smith สรุปว่า 3dfx เลือกแนวทางที่เน้นเกมและความเข้ากันได้กับเกมมากกว่าการพยายามรองรับซอฟต์แวร์ทุกประเภท แม้จะมีข้อจำกัดด้านการออกแบบและความสมบูรณ์ของระบบ แต่แนวคิดนี้ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่การแข่งขันกับ Nvidia จะรุนแรงขึ้นในภายหลัง และสุดท้าย 3dfx ก็ล้มละลาย โดยทรัพย์สินหลายส่วนถูก Nvidia เข้าซื้อไปในเวลาต่อมา


