Engadget อธิบาย NAT type คืออะไร และทำไมถึงกระทบการเล่นเกมออนไลน์
บทความอธิบายว่าค่า NAT type ไม่ได้มีผลกับทุกคนเท่ากัน แต่จะสำคัญเมื่อการจับคู่เกม แชตเสียง หรือการเชื่อมต่อกับเพื่อนมีปัญหา โดยเฉพาะเกมแบบ P2P

Engadget อธิบายว่า NAT type เป็นค่าที่หลายคนเห็นในเมนูเครือข่ายของเกมหรือคอนโซล แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบแก้ไขเสมอไป หากเล่นออนไลน์ จับคู่เกม และคุยเสียงได้ปกติ ค่านี้อาจเป็นเพียงข้อมูลประกอบเท่านั้น ทว่าเมื่อเริ่มมีอาการหลุดจากเกม เจอ error หรือจับคู่ไม่ติด ค่า NAT ก็อาจเป็นสัญญาณว่าการตั้งค่าเครือข่ายมีปัญหา
NAT ย่อมาจาก network address translation ซึ่งเป็นวิธีที่เราเตอร์ใช้จัดการทราฟฟิกของอุปกรณ์หลายเครื่องให้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน public IP เดียวกัน ระบบนี้ช่วยให้บ้านหนึ่งหลังใช้อุปกรณ์หลายชิ้นได้ แต่ในเกมแบบเรียลไทม์ ความซับซ้อนของการแปลสัญญาณอาจทำให้เกิดข้อจำกัดได้มากกว่าการใช้งานทั่วไป บทความยังอธิบายว่า IPv6 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดด้านจำนวน IP และสามารถลดความจำเป็นของ NAT ได้ แต่การเปลี่ยนผ่านยังไม่สมบูรณ์ จึงยังมีอุปกรณ์จำนวนมากที่ต้องพึ่ง IPv4 อยู่
ในเกม ค่าที่เห็นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ได้เรียกเหมือนกันทั้งหมด Xbox และ PC ใช้ Open, Moderate, Strict ส่วน PlayStation ใช้ Type 1, Type 2, Type 3 ขณะที่ Nintendo Switch ใช้ A, B, C และยังมี D กับ F สำหรับการเชื่อมต่อที่จำกัดมากขึ้นหรือเชื่อมต่อไม่ได้เลย บทความระบุว่าค่านี้ไม่ใช่มาตรฐานเครือข่ายอย่างเป็นทางการ จึงมีชื่อเรียกต่างกันตามแพลตฟอร์ม
ความหมายของแต่ละระดับค่อนข้างตรงไปตรงมา Open คือเครื่องของคุณเชื่อมต่อได้กว้างที่สุด Moderate ยังใช้งานออนไลน์ได้ แต่จำกัดกว่าระดับ Open ส่วน Strict คือมีพอร์ตที่จำเป็นถูกบล็อก จึงสื่อสารกับผู้เล่นรายอื่นได้แคบที่สุด โดยทั่วไปคนที่มี Open NAT มักถูกเลือกให้เป็นโฮสต์ของห้องเกม ขณะที่ผู้เล่นที่อยู่ใน Strict NAT จะเจอปัญหาหาแมตช์ไม่เจอ เข้าห้องเพื่อนไม่ได้ หรือเกิดข้อผิดพลาดระหว่างเชื่อมต่อได้ง่ายกว่า
ผลกระทบของ NAT จะชัดที่สุดในเกมที่ใช้ peer-to-peer มากกว่าเกมที่พึ่งเซิร์ฟเวอร์เฉพาะของผู้พัฒนา แม้กระทั่งเกมที่มีเซิร์ฟเวอร์กลางเอง ฟีเจอร์อย่าง voice chat, ห้อง custom lobby หรือโหมด co-op บางส่วนก็อาจยังพึ่ง P2P อยู่ บทความย้ำว่า NAT type ไม่ได้ทำให้เน็ตเร็วขึ้นหรือช้าลง และไม่ได้เปลี่ยน ping โดยตรง แต่บอกแค่ว่าคอนโซลหรือพีซีของคุณคุยกับใครได้บ้าง
ถ้าจะเช็กค่าบนอุปกรณ์ บทความแนะนำเส้นทางเมนูของ PS5, Xbox Series X|S และ Switch หรือ Switch 2 รวมถึงบอกว่าบางเกมก็แสดงข้อมูลนี้ในเมนูเครือข่ายของตัวเองได้ หากผลออกมาเป็น Open หรือ Moderate ก็ถือว่าใช้งานมัลติเพลเยอร์ได้ดีพอสมควร แต่ถ้าได้ค่าที่แย่กว่านั้น ควรเริ่มตรวจจากการตั้งค่าเราเตอร์ก่อน
วิธีแก้ที่พบบ่อย
สิ่งแรกที่ควรเช็กคืออย่าใช้เราเตอร์สองตัวซ้อนกัน เพราะจะเกิด double NAT จากการแปลที่อยู่สองชั้น หากต้องมีอุปกรณ์จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ก่อนหน้าเราเตอร์ของตัวเอง บทความแนะนำให้ตั้ง gateway เป็น bridge mode หรือถ้าใช้เราเตอร์อีกตัวเป็นจุดกระจายสัญญาณก็ควรตั้งเป็น AP mode เพื่อไม่ให้ทำหน้าที่เราเตอร์ซ้ำ
อีกทางเลือกคือเปิด UPnP บนเราเตอร์ เพื่อให้เกมหรืออุปกรณ์ขอเปิดพอร์ตที่ต้องใช้ได้อัตโนมัติ แต่บทความเตือนว่าฟีเจอร์นี้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพราะถ้ามีใครเข้าถึงเครือข่ายได้ก็อาจใช้ UPnP ขอเปิดพอร์ตเพิ่มได้เช่นกัน ทางที่ปลอดภัยกว่าในบางกรณีคือการทำ port forwarding แบบเจาะจง แม้จะยุ่งยากกว่า โดยเฉพาะคนที่เล่นหลายเกมอาจต้องใช้เวลาเซ็ตอัป แต่ก็ลดความเสี่ยงบางส่วนได้
ถ้ายังไม่หาย ปัญหาอาจมาจาก CGNAT หรือ carrier-grade NAT ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตใช้กับพื้นที่ทั้งกลุ่ม ทำให้ public IP ของเราเตอร์ต้องผ่านการแปลอีกชั้นหนึ่ง บทความบอกว่าการใช้ IPv6 อาจช่วยได้ แต่ Xbox เป็นคอนโซลเดียวที่ใช้งาน IPv6 ได้เต็มรูปแบบ ขณะที่ PS5 และ Switch 2 ยังต้องพึ่ง IPv4 ร่วมด้วย หากเปิด IPv6 แล้วปัญหายังอยู่ ก็อาจต้องติดต่อ ISP เพื่อขอ public IP แบบเฉพาะ


