หนังสือ Warhammer 40,000 ฉบับลิมิเต็ดถูกประมูลบน eBay พุ่งแตะ 3,150 ดอลลาร์

หนังสือ Warhammer 40,000 เรื่อง Hive ของ Dan Abnett ฉบับลิมิเต็ดแบบมีลายเซ็นและหมายเลขกำกับ กลายเป็นของสะสมราคาสูงอย่างคาดไม่ถึง หลังถูกขายบน eBay ในราคาสุดท้าย 3,150 ดอลลาร์จากการประมูลที่มีผู้สู้ราคามากกว่า 50 ครั้ง เหตุผลที่ฉบับนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษมาจากประวัติการวางจำหน่ายที่ค่อนข้างวุ่นวาย ไม่ใช่แค่ความหายากตามปกติของสินค้าสะสมเท่านั้น
เดิมที Games Workshop ตั้งใจออก Hive ในเวอร์ชันพรีเมียมจำนวนจำกัด วางขายเฉพาะในร้าน Warhammer ซึ่งสร้างกระแสวิจารณ์จากแฟนจำนวนหนึ่งที่มองว่าเป็นการตัดโอกาสผู้ที่ไม่มีร้านอยู่ใกล้บ้าน ในที่สุดบริษัทจึงเปลี่ยนท่าที ยกเลิกการวางขายฉบับลิมิเต็ดดังกล่าว และแทนที่ด้วยเวอร์ชันพิมพ์ตามสั่งแบบไม่มีลายเซ็น ทำให้ฉบับที่ควรจะมีจำนวนจำกัดยิ่งถูกมองว่าหายากและมีมูลค่าเชิงสะสมมากขึ้น
เมื่อหนังสือเล่มหนึ่งโผล่ขึ้นมาให้ประมูลพร้อมภาพที่ระบุว่าเป็นหมายเลข 12 จาก 2,000 เล่ม จึงดึงดูดนักสะสมอย่างมาก ผู้ขายระบุชัดว่าเป็นโอกาสได้ครอบครอง “ชิ้นส่วนประวัติศาสตร์” ของ Black Library และคาดว่าฉบับที่ออกมานี้อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่เล่ม หรืออาจเป็นเล่มเดียวที่หลุดออกสู่ตลาดสาธารณะหลังดราม่าช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งยังไม่ชัดว่าต้นทางของหนังสือเล่มนี้มาจากไหน
ราคาที่พุ่งสูงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชนแฟน Warhammer อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าการจ่ายเงินมากขนาดนี้เป็นเรื่องเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อฉบับพิมพ์ตามสั่งที่จะตามมาในอนาคตน่าจะมีราคาถูกกว่ามาก บางความเห็นยังชี้ว่า หากต้องการลายเซ็นของผู้เขียนโดยตรง อาจใช้วิธีเดินทางไปพบ Dan Abnett ในงานอีเวนต์ก็ยังถูกกว่ามาก
ดีลนี้สะท้อนความร้อนแรงของกระแส Warhammer 40,000 ในเวลานี้ ซึ่งขยายไปไกลกว่าตลาดเกมกระดานและของสะสม เพราะจักรวาลนี้มีทั้งฐานแฟนนิยายแน่นแฟ้น ผลงานวิดีโอเกมดังอย่าง Space Marine 2 และโปรเจ็กต์สื่อบันเทิงใหม่ ๆ ที่กำลังจะตามมา ความสนใจที่เพิ่มขึ้นทำให้ของหายากที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์นี้มีโอกาสถูกตีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมาก
อย่างไรก็ดี ข่าวนี้ยังทิ้งคำถามไว้หลายข้อ ทั้งเรื่องที่มาของหนังสือเล่มดังกล่าว การเก็บรักษาหรือการทำลายฉบับลิมิเต็ดที่เหลืออยู่ รวมถึงยังมีของชุดเดียวกันอีกหรือไม่ในระบบกระจายสินค้าอื่น ๆ สิ่งที่แน่ชัดคือ Hive ฉบับนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในหนังสือ Warhammer 40,000 ที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความหายากจากกระแส FOMO สามารถดันมูลค่าของสินค้าสะสมไปไกลกว่าราคาปกติได้มากแค่ไหน


