Rob Pardo ดัน Arkheron เกม PvP ดันเจี้ยนสายใหม่ หลังพัฒนานานเกือบ 10 ปี
Arkheron เกมใหม่จาก Bonfire Studios ของ Rob Pardo อดีตผู้บริหาร Blizzard กำลังจะเข้าสู่ช่วงทดสอบครอสเพลย์เบตาในวันที่ 25 กันยายน โดยตัวเกมนำเสนอแนวผสมระหว่างแอ็กชัน RPG แบบลูตดร็อปกับการแข่งขันแบบทีม…

Arkheron เกมใหม่จาก Bonfire Studios ของ Rob Pardo อดีตผู้บริหาร Blizzard กำลังจะเข้าสู่ช่วงทดสอบครอสเพลย์เบตาในวันที่ 25 กันยายน โดยตัวเกมนำเสนอแนวผสมระหว่างแอ็กชัน RPG แบบลูตดร็อปกับการแข่งขันแบบทีมในดันเจี้ยนที่มีผู้เล่นหลายคน จุดขายหลักคือการไต่ขึ้น “หอคอย” ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แข่งกับทีมอื่นเพื่อเก็บของ ต่อสู้ และเป็นทีมแรกที่ไปถึงยอด ซึ่งทำให้โทนการเล่นแตกต่างจากดันเจี้ยนครอว์เลอร์ทั่วไปที่มักช้ากว่าและเน้น PvE มากกว่า
สิ่งที่ทำให้ Arkheron โดดเด่นไม่ใช่แค่ระบบการเล่น แต่รวมถึงโลกและบรรยากาศที่แปลกประหลาดในเชิงเล่าเรื่อง เกมวางฉากในภาวะคล้ายแดนชำระของวิญญาณที่ถูกดึงมาจากต่างเวลาและสถานที่ ผู้เล่นรับบทเป็น “echoes” หรือวิญญาณที่ฟื้นคืนชีพ แล้วค่อย ๆ ไต่หอคอยที่สร้างจากความทรงจำของผู้คนและตัวละครสำคัญในโลกเกม ระหว่างทางจะได้ค้นเบื้องหลังความลึกลับของหอคอย ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับทีมคู่แข่งที่พยายามขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน
บทความชี้ว่า Arkheron ใช้เวลาพัฒนามาอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี ซึ่งสะท้อนทั้งความทะเยอทะยานและความเสี่ยงของการสร้างเกมแนวใหม่ Pardo ยอมรับว่าการเดินอ้อม ทดลองผิดลองถูก และการเปลี่ยนทิศทางเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการสร้างเกมต้นแบบที่ต้องการนวัตกรรม เขามองว่าประสบการณ์ที่เคยผ่านการทำงานใน Blizzard ช่วยให้เข้าใจวงจรการพัฒนาเกม แต่ก็ย้ำว่าการทำเกมใหม่ในสตูดิโอใหม่ย่อมต้องเจอความไม่แน่นอนมากกว่าปกติ
ตลอดปีที่ผ่านมา Bonfire เปิดให้ทดสอบเกมในระยะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำฟีดแบ็กจากผู้เล่นมาปรับสมดุลและขยายโหมดการเล่น ผลลัพธ์สำคัญคือการเพิ่มโหมด Spires แบบ 3v3 ที่เล็กลงจากโหมดหลักสำหรับผู้เล่น 45 คน เพื่อให้มีทางเลือกที่เข้มข้นและกระชับมากขึ้น การเปิดทดสอบแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ทีมเห็นจุดแข็งของคอนเซ็ปต์เกม และยังช่วยให้ทีมพร้อมรับคำวิจารณ์ที่ต้องนำไปแก้ไขจริงก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
การเปิดเบตาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Bonfire เพราะไม่เพียงเปิดให้ผู้เล่น PC ได้ลองระบบหลัก แต่ยังเป็นครั้งแรกที่เวอร์ชัน Xbox Series X และ PS5 ได้สัมผัสจริงด้วย ทำให้ Arkheron ต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะเกมมัลติแพลตฟอร์มที่ต้องสร้างฐานผู้เล่นระยะยาวให้ได้ ซึ่งเป็นโจทย์ยากสำหรับเกมออนไลน์ที่พึ่งพาชุมชนผู้เล่นอย่างมาก
ในเชิงบทบาทของ Pardo เขาอธิบายว่าตัวเองไม่ได้ลงไปกำหนดดีไซน์รายละเอียดยิบย่อยเหมือนสมัยทำงานที่ Blizzard แต่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางภาพรวม ดูแลทีม และส่งต่อแนวทางการพัฒนาแบบเป็นระบบที่เขาเชื่อว่าช่วยให้ทีมสร้างเกมได้ดีขึ้น เขายังพูดถึงสิ่งที่อยากสืบทอดจาก Blizzard เช่น วัฒนธรรมการปรับปรุงจากฟีดแบ็กและการทำงานร่วมกับคอมมูนิตี้ ขณะเดียวกันก็ต้องปรับให้เหมาะกับสภาพตลาดและทีมปัจจุบัน
แม้ Arkheron ยังไม่มีวันวางจำหน่ายที่ชัดเจน แต่บทความสะท้อนว่าทีมพัฒนาเชื่อมั่นกับทิศทางของเกมมากขึ้นหลังผ่านการทดสอบและปรับปรุงมาหลายรอบ คำอธิบายของ Pardo ที่มองเส้นทางนี้เป็น “odyssey” หรือการเดินทางที่เต็มไปด้วยทั้งความหวัง ความล้มเหลว ความหวาดกลัว และความอึดทน สรุปภาพรวมของโปรเจ็กต์ได้ชัดเจน: นี่คือความพยายามสร้างเกม PvP รูปแบบใหม่ที่ใช้เวลานานมาก แต่กำลังค่อย ๆ เข้าใกล้รูปทรงที่พร้อมให้ผู้เล่นสัมผัสจริง


