ผู้กำกับ Laika มอง AI ขัดกับปรัชญาสตูดิโอ ขณะที่ Wildwood ใช้เวลาสร้าง 5 ปี
Wildwood ผลงานแอนิเมชันสต็อปโมชันเรื่องใหม่ของ Laika ถูกยกให้เป็นโปรเจ็กต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของสตูดิโอ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานอย่าง Coraline และ ParaNorman ตัวภาพยนตร์เป็นแฟนตาซีผจญภัยขนาดใหญ่ที่…

Wildwood ผลงานแอนิเมชันสต็อปโมชันเรื่องใหม่ของ Laika ถูกยกให้เป็นโปรเจ็กต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของสตูดิโอ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานอย่าง Coraline และ ParaNorman ตัวภาพยนตร์เป็นแฟนตาซีผจญภัยขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 5 ปี และสะท้อนกระบวนการผลิตแบบลงรายละเอียดสูงซึ่งแตกต่างจากความเร็วและความสะดวกที่เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์มักโฆษณาไว้
ระหว่างการสร้างเรื่องนี้ มีการผลิตหุ่นเชิดมากกว่า 230 ตัว โดยเฉพาะตัวละครหลักอย่าง Prue ที่มีหุ่นถึง 36 เวอร์ชันเพื่อรองรับการแสดงออกและมุมกล้องที่หลากหลาย งานทั้งหมดถูกขับเคลื่อนโดยทีมแอนิเมเตอร์ 49 คน และมีศิลปินมากกว่า 1,000 คนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ของการผลิต ซึ่งตอกย้ำว่าแอนิเมชันสต็อปโมชันต้องอาศัยแรงงานฝีมือ ความอดทน และการประสานงานอย่างเข้มข้น
Travis Knight ผู้กำกับ Wildwood และซีอีโอของ Laika ใช้โอกาสนี้ยืนยันจุดยืนของสตูดิโอที่มีต่อ AI โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสวนทางกับสิ่งที่ Laika ให้คุณค่าอยู่เดิม นั่นคือความเป็นงานฝีมือของมนุษย์ ความประณีต และการสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการจริงมากกว่าการเร่งผลลัพธ์ด้วยระบบอัตโนมัติ
บทความชี้ให้เห็นว่างานของ Laika ทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนอีกด้านของอุตสาหกรรมบันเทิงในช่วงที่ AI กำลังถูกผลักดันอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สร้างคอนเทนต์และผู้มีอิทธิพลจำนวนหนึ่งพูดถึง AI ในเชิงบวก ท่าทีของ Knight จึงเป็นการวางเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างการผลิตงานศิลป์ที่พึ่งพามนุษย์กับแนวคิดการสร้างผลงานแบบกดปุ่มให้เสร็จเร็ว
โดยรวมแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้พูดเพียงถึงตัวภาพยนตร์ใหม่ของ Laika แต่ยังสะท้อนการถกเถียงที่กว้างกว่าในวงการสร้างสรรค์ว่า AI ควรถูกใช้ในระดับใด และเส้นแบ่งระหว่างการช่วยงานกับการแทนที่แรงงานมนุษย์ควรอยู่ตรงไหน สำหรับ Laika คำตอบดูจะชัดเจนว่าเอกลักษณ์ของสตูดิโอผูกกับงานทำมือ และ AI ไม่ได้สอดคล้องกับตัวตนนั้น
