GTA 6 กำลังครองโลก แต่ตำนานนักต้านเกม Jack Thompson ยังไม่เปลี่ยนท่าที
เมื่อ Grand Theft Auto 6 กำลังจะเปิดตัวและถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นกระแสใหญ่ระดับโลก บทความนี้ย้อนมองความเปลี่ยนแปลงของสังคมเกมตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุคที่ Grand Theft Auto: San Andreas ถูกวิพากษ์อย่าง…

เมื่อ Grand Theft Auto 6 กำลังจะเปิดตัวและถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นกระแสใหญ่ระดับโลก บทความนี้ย้อนมองความเปลี่ยนแปลงของสังคมเกมตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุคที่ Grand Theft Auto: San Andreas ถูกวิพากษ์อย่างหนักจากกรณี Hot Coffee จนถูกปรับเรตเป็น Adults Only และถูกแบนในบางประเทศ ไปจนถึงวันนี้ที่ GTA 6 ได้เรต M จาก ESRB และ 18+ จาก PEGI ตามเนื้อหาโหด ดิบ และมีเพศสัมพันธ์ ยาเสพติด และภาษาหยาบอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนแบบเดิมอีกต่อไป
ผู้เขียนชี้ว่าปัจจัยสำคัญคือเกมกลายเป็นสื่อกระแสหลัก ผู้เล่นเฉลี่ยในสหรัฐฯ มีอายุมากขึ้นและเล่นเกมมานานขึ้น จนตำรวจ นักการเมือง และผู้ปกครองจำนวนมากเติบโตมากับวัฒนธรรมเกมเอง ทำให้การมองเกมรุนแรงเป็นเรื่องผิดปกติหรือเป็นภัยต่อศีลธรรมลดน้อยลง ขณะเดียวกัน การคาดการณ์ในอดีตที่ว่าเกมยิงหรือเกมแนวรุนแรงจะทำให้เกิดอาชญากรรมหรือความรุนแรงในสังคมกลับไม่เกิดขึ้นตามนั้น แถมในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อัตราอาชญากรรมรุนแรงในภาพรวมยังมีแนวโน้มลดลงในขณะที่เกมแพร่หลายมากขึ้น
บทความยังมองในมุมกว้างว่า สังคมอาจไม่ได้ “ด้านชา” ต่อเนื้อหาหนัก ๆ เสียทีเดียว แต่อาจกำลังปรับมาตรฐานใหม่ ว่าอะไรคือประเด็นที่ควรตื่นตระหนกจริง ๆ และอะไรเป็นเพียงความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหวาดกลัวต่อเพลง การ์ตูน หรือสื่อยั่วยุในยุคก่อน แต่สุดท้ายหลายอย่างก็ถูกจัดวางใหม่ในฐานะวัฒนธรรมกระแสหลักมากกว่าจะเป็นภัยสังคม
ส่วนแกนเสียดสีของเรื่องอยู่ที่ Jack Thompson อดีตทนายผู้เคยเป็นหน้าเป็นตาในการต่อต้านเกมรุนแรงช่วงปลายยุค 1990s ถึงต้นยุค 2000s ซึ่งครั้งหนึ่งเคยพยายามโยงวิดีโอเกมกับความรุนแรงในโลกจริงอย่างแข็งกร้าว ผู้เขียนติดต่อเขาเพื่อถามมุมมองต่อการที่รัฐฟลอริดาและภาคธุรกิจในพื้นที่ต่างร่วมกันโปรโมต GTA 6 แต่คำตอบที่ได้รับกลับยังคงแข็งกร้าวเหมือนเดิม Thompson มองว่าการที่ภาครัฐสนับสนุนผลประโยชน์เชิงพาณิชย์เป็นเรื่องไม่เหมาะสมและตอบโต้ผู้เขียนอย่างดุเดือด
เมื่อผู้เขียนชี้แจงว่าหน่วยงานท้องถิ่นไม่เห็นว่ากิจกรรมส่งเสริมการขายของเอกชนเป็นปัญหา Thompson ยิ่งแสดงท่าทีไม่พอใจและกล่าวหาผู้เขียนรุนแรงมากขึ้น บทสนทนานี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานและข้อถกเถียงเรื่องเกมกับความรุนแรงจะถูกสังคมพิสูจน์ซ้ำ ๆ ว่าไม่เป็นไปตามคำทำนายของฝ่ายต่อต้าน แต่ Thompson ก็ยังยืนกรานในจุดยืนเดิมโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลง
สรุปแล้ว บทความไม่ได้พูดถึงตัวเกม GTA 6 เพียงอย่างเดียว แต่ใช้มันเป็นภาพสะท้อนของชัยชนะของเกมในฐานะสื่อกระแสหลัก และการเสื่อมความสำคัญของวาทกรรม “เกมทำลายสังคม” ที่เคยครอบงำสาธารณะในอดีต ข้อสรุปของผู้เขียนคือ โลกไม่ได้ล่มสลายเพราะ GTA ตรงกันข้าม เกมซีรีส์นี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปที่ยอมรับได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะยังมีคนอย่าง Jack Thompson ที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ก็ตาม


