แฟน Resident Evil แตกเป็นสองฝั่ง หลังหนังใหม่ของ Zach Cregger ไม่ได้ดัดแปลงเกมตรงตัว
กระแสต่อภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับใหม่ที่กำกับโดย Zach Cregger เริ่มแบ่งแฟนเกมออกเป็นสองฝ่าย หลังตัวอย่างแรกทำให้บางคนรู้สึกว่าหนัง “มีชื่อ Resident Evil แต่ไม่ใช่ Resident Evil” เพราะไม่ได้ยึดเนื้อ…

กระแสต่อภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับใหม่ที่กำกับโดย Zach Cregger เริ่มแบ่งแฟนเกมออกเป็นสองฝ่าย หลังตัวอย่างแรกทำให้บางคนรู้สึกว่าหนัง “มีชื่อ Resident Evil แต่ไม่ใช่ Resident Evil” เพราะไม่ได้ยึดเนื้อเรื่องหรือคาแรกเตอร์จากเกมแบบตรงไปตรงมา และยังมีองค์ประกอบที่ดูไม่สอดคล้องกับบรรยากาศของเกมต้นฉบับ เช่น ฉากเมืองที่มีหิมะหรือรายละเอียดร่วมสมัยอย่าง iPhone ที่ผู้ชมบางส่วนมองว่าไม่ควรมีในจักรวาล Resident Evil 2
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างหนังเองก็ทิ้งเบาะแสไว้พอสมควรว่าหนังไม่ได้ตั้งใจจะเป็นการเล่าเรื่องเกมภาคใดภาคหนึ่งแบบถอดฉากต่อฉาก แต่จะใช้องค์ประกอบจากโลกของเกมมากกว่า เช่น การอ้างถึง Raccoon City และสัญลักษณ์อย่างเครื่องพิมพ์ดีดซึ่งแฟนเกมคุ้นเคยดี โดยผู้กำกับเผยชัดว่าต้องการสร้างเรื่องราวใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกเดียวกับเกม และพยายามรักษากฎของจักรวาลเกมเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากไป “แย่ง” ตัวละครหรือเส้นเรื่องที่เกมทำไว้อยู่แล้วอย่าง Leon
Cregger อธิบายว่าหนังของเขาจะเน้นประสบการณ์แบบที่ผู้เล่นได้รับจากเกม มากกว่าจะพยายามเล่าแบบดัดแปลงตรงตัว เขามองว่าประสบการณ์หลักของ Resident Evil คือความเป็น survival horror มากกว่าหนังแอ็กชัน จึงอยากให้ภาพยนตร์ถ่ายทอดความอึดอัด ตึงเครียด และเอาชีวิตรอดในสถานการณ์เลวร้าย มากกว่าจะพึ่งพาความดังของตัวละครที่แฟนเกมรักอยู่แล้ว
บทความชี้ว่าความผิดหวังของแฟนบางกลุ่มอาจมาจากความคาดหวังต่อการดัดแปลงที่ “เหมือนเกม” มากที่สุด แต่ในทางกลับกัน การทำหนังให้ตรงต้นฉบับเกินไปก็อาจติดปัญหาด้านการเล่าเรื่องหรือทำให้เข้าถึงคนดูวงกว้างได้ยาก ผู้เขียนยกตัวอย่างว่าแม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะสร้าง Resident Evil 2 ฉบับคนแสดงแบบตรงตัว แต่ผลลัพธ์อาจออกมาแปลกหรือจำกัดผู้ชมอยู่เพียงกลุ่มเล็กๆ
เมื่อมองย้อนกลับไป ไอพี Resident Evil เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาหลายครั้ง แต่แทบไม่เคยได้รับเสียงชื่นชมแบบท่วมท้น ทั้งชุดหนังที่นำแสดงโดย Milla Jovovich และ Welcome to Raccoon City ต่างก็ไม่ใช่งานที่แฟนส่วนใหญ่ยกให้เป็นการดัดแปลงที่ประสบความสำเร็จนัก บทความจึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Cregger เลือกเดินคนละทางกับเกมโดยตรง อาจเป็นความพยายามหาหนทางใหม่ที่ยังเคารพต้นฉบับ มากกว่าการย้ำรอยเดิมที่ไม่ค่อยได้ผล
ท้ายที่สุด ผู้เขียนมองในแง่บวกต่อโปรเจ็กต์นี้ โดยเชื่อว่าการได้ผู้กำกับหนังสยองขวัญที่มีชื่อเรื่องงานคุณภาพและเป็นแฟนเกมตัวจริงมาทำ Resident Evil ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจ แม้หนังอาจใส่อารมณ์ขันหรือโทนเบากว่าที่บางคนคาดไว้ แต่ก็ยังเป็นผลงานที่ควรจับตา เพราะอย่างน้อยที่สุดมันสะท้อนความพยายามสร้าง Resident Evil เวอร์ชันใหม่ที่ไม่ใช่แค่เอาตัวละครจากเกมมายืนอ่านบทเดิมๆ บนจอภาพยนตร์


