8 มุมมองเดือดจากทีม PC Gamer ต่ออนาคต The Elder Scrolls
PC Gamer รวมความเห็นจากบรรณาธิการหลายคนที่เล่นซีรีส์ The Elder Scrolls รวมกันมากกว่า 2,500 ชั่วโมง แล้วหยิบประเด็นที่ทั้งรักทั้งเถียงกันได้ไม่รู้จบมาคุยกัน ตั้งแต่คุณค่าของการเป็นเกม RPG ไปจนถึงทิศทาง…

PC Gamer รวมความเห็นจากบรรณาธิการหลายคนที่เล่นซีรีส์ The Elder Scrolls รวมกันมากกว่า 2,500 ชั่วโมง แล้วหยิบประเด็นที่ทั้งรักทั้งเถียงกันได้ไม่รู้จบมาคุยกัน ตั้งแต่คุณค่าของการเป็นเกม RPG ไปจนถึงทิศทางที่ Bethesda ควรเดินต่อในอนาคตของซีรีส์นี้
แกนหลักของข้อถกเถียงคือ หลายคนมองว่า The Elder Scrolls ควรกลับไปเป็น RPG ที่มีข้อจำกัดและตัวตนของคลาสชัดเจนมากกว่าปัจจุบันที่เปิดอิสระจนทุกตัวละครค่อยๆ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้แทบทุกอย่าง เพราะความยืดหยุ่นแบบนี้ช่วยเข้าถึงผู้เล่นใหม่ แต่ก็ทำให้ความตึงเครียดและเสน่ห์ของการสร้างตัวละครลดลง
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือ Skyrim แม้ภารกิจเสริมหลายชุดจะถูกมองว่าธรรมดาหรือซ้ำซาก แต่เส้นเรื่องหลักกลับถูกยกให้มีความยิ่งใหญ่และน่าจดจำกว่าที่คนจำนวนมากให้เครดิต โดยเฉพาะฉากการต่อสู้กับมังกร การเดินทางข้ามดินแดน และตัวละครอย่าง Paarthurnax ที่ช่วยให้เกมมีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น
ฝั่ง Oblivion ก็ถูกหยิบมาชื่นชมในฐานะภาคที่มีไอเดียระบบเวทมนตร์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะระบบสร้างคาถาเองที่แม้จะทำลายสมดุลเกมได้ง่าย แต่ก็เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นทดลองและสร้างความรู้สึกแบบพ่อมดที่ค่อยๆ ก้าวสู่พลังระดับเทพ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ภาคหลังๆ ไม่ได้สืบต่อมา
เมื่อพูดถึง Morrowind บทความยอมรับว่าเกมมีบรรยากาศ การสร้างโลก และเควสต์หลักที่ทรงพลังมาก แต่ก็ชี้ว่าภารกิจเสริมของยุคนั้นยังไม่ซับซ้อนหรือมีลูกเล่นเท่าที่ Bethesda ทำได้ใน Oblivion และ Skyrim โดยเฉพาะแนวเควสต์สืบสวน ลอบเร้น และความพลิกผันที่ทำให้ภารกิจเหล่านั้นโดดเด่นกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีความเห็นเชิงวิจารณ์ว่า Bethesda ยุคใหม่อาจไม่เหลือพลังพอสำหรับเควสต์ระดับ Dark Brotherhood แบบใน Oblivion อีกแล้ว เพราะผลงานล่าสุดอย่าง Starfield ถูกมองว่าขาดความแปลก ความดำมืดแบบขี้เล่น และความคิดสร้างสรรค์เชิงสถานการณ์ที่เคยเป็นจุดแข็งของสตูดิโอ ขณะที่งานเขียนของค่ายก็ถูกวิจารณ์ว่าจืดชืดลงต่อเนื่อง
ข้อเสนอที่แรงที่สุดคือการผลัก The Elder Scrolls ไปสู่เกมที่ขับเคลื่อนด้วยระบบและเหตุการณ์เชิง emergent มากกว่างานเขียนแบบเส้นตรง คล้ายการผสมโลกกว้างเข้ากับกลไกที่สร้างเรื่องราวเองได้ ตลอดจนความหวงแหนรายละเอียดเล็กๆ ของโลกเกม เช่น การเก็บของจุกจิกมาหยิบจับหรือโยนเล่น ซึ่งสะท้อนว่าผู้เล่นยังอยากเห็นซีรีส์นี้รักษาความมีชีวิตชีวาและความเป็นแซนด์บ็อกซ์เอาไว้ แม้ต้องแลกกับการลดทอนความสมบูรณ์แบบด้านกราฟิกหรือความสะดวกบางอย่างก็ตาม


