แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
AI

งานวิจัยชี้ AI ถูกใช้ต่างกันตามอุตสาหกรรม และเป็นบทเรียนให้ภาคส่วนอื่น

บทความชี้ให้เห็นว่ากระแสการใช้ AI ในที่ทำงานไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกอุตสาหกรรม แม้ซิลิคอนวัลเลย์จะเป็นภาพนำของการเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีมักเริ่มจากภาคเทคก่อนแล้วจึงค่อยกระจายไปสู่…

บทความชี้ให้เห็นว่ากระแสการใช้ AI ในที่ทำงานไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกอุตสาหกรรม แม้ซิลิคอนวัลเลย์จะเป็นภาพนำของการเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีมักเริ่มจากภาคเทคก่อนแล้วจึงค่อยกระจายไปสู่ธุรกิจประเภทอื่น เช่น การเงิน สาธารณสุข การศึกษา ค้าปลีก และการผลิต ความแตกต่างของอัตราการยอมรับในปัจจุบันจึงสะท้อน “จังหวะ” ของการปรับตัวมากกว่าจะเป็นการชี้ว่าบางอุตสาหกรรมตามหลังอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลสำรวจของ TripleTen ที่อ้างในบทความระบุว่าอุตสาหกรรมเทคยังนำหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่การเงินเป็นกลุ่มที่ตามมามาใกล้ โดยมีสัดส่วนพนักงานที่ถูกขอให้ใช้แชตบอต AI และช่วยทำงานอัตโนมัติในระดับสูงกว่าสาขาอื่น ส่วนสาธารณสุขและการศึกษายังมีการใช้งานในระดับเริ่มต้นมากกว่า เนื่องจากงานในสองภาคส่วนนี้มีทั้งงานภาคสนาม งานดูแลคน และงานธุรการที่เกี่ยวพันกับข้อกำกับดูแล ทำให้การนำเครื่องมืออัตโนมัติเข้ามาใช้ต้องค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงทักษะที่แรงงานต้องเรียนรู้ใหม่ เกือบ 4 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าถูกขอให้เรียนรู้ทักษะอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บทความมองว่าทักษะเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของสายเทคเท่านั้น แต่จะค่อยๆ กลายเป็นความจำเป็นในงานหน้าบ้านและงานหลังบ้านของอุตสาหกรรมอื่นด้วย ตั้งแต่การจัดการโลจิสติกส์ในโรงพยาบาลไปจนถึงการรายงานข้อมูลของเขตการศึกษา

หนึ่งในทักษะที่บทความเน้นว่ามักถูกมองข้ามคือความสามารถในการตรวจว่าผลลัพธ์จาก AI ถูกหรือผิด เพราะเมื่อ AI ถูกนำไปใช้มากขึ้น ทักษะนี้จะเป็นด่านสำคัญในการป้องกันความผิดพลาดก่อนส่งผลต่อการทำงานจริง โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความเข้าใจบริบทสูง ผู้ที่มีประสบการณ์จะรู้ได้ดีกว่าว่าคำตอบไหนสมเหตุสมผล และคำตอบไหนควรถูกตรวจซ้ำ

ในมุมอาชีพ บทความมองว่าการเริ่มใช้ AI ก่อนเป็นข้อได้เปรียบที่จับต้องได้ พนักงานที่มองเห็นงานซ้ำๆ แล้วนำเครื่องมือมาเพิ่มประสิทธิภาพได้เอง มีโอกาสที่แนวทางเหล่านั้นจะถูกยกระดับเป็นมาตรฐานขององค์กร ผลสำรวจยังพบว่าหากพนักงานสอนวิธีทำงานหรือเครื่องมือใหม่ให้ผู้บริหารและหัวหน้า แนวทางนั้นมักถูกนำไปใช้จริงในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนว่าคนที่เข้าใจการประยุกต์ AI จะมีน้ำหนักมากขึ้นต่อการกำหนดนโยบายและกระบวนการทำงาน

บทความยังชี้ช่องว่างด้านการเข้าถึงทรัพยากรฝึกอบรม โดยพนักงานในแต่ละอุตสาหกรรมใช้เงินส่วนตัวกับการพัฒนาทักษะต่างกันพอสมควร กลุ่มเทคและการเงินมีค่าใช้จ่ายด้านการอบรมสูงกว่า ส่วนสุขภาพและการศึกษาหลายคนไม่ได้จ่ายเองเลย นอกจากนี้ คนทำงานสายเทคยังใช้แชตบอต AI เป็นเครื่องมือเรียนรู้มากกว่าค่าเฉลี่ยแรงงานทั่วไป แต่เมื่อถามถึงแหล่งสอนทักษะที่เชื่อถือได้ที่สุด คนส่วนใหญ่กลับเลือก “คนที่ทำงานนั้นจริง” มากกว่าใบรับรอง เครื่องมือ AI หรืออาจารย์มหาวิทยาลัย

สรุปแล้ว บทความเสนอว่าอัตราการรับ AI ที่ต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องใครชนะหรือแพ้ แต่เป็นภาพของการแพร่กระจายเทคโนโลยีในเศรษฐกิจจริง สำหรับภาคส่วนที่ยังเริ่มต้น เช่น สุขภาพ การศึกษา ค้าปลีก และการผลิต ช่วงเวลานี้คือโอกาสในการสังเกตว่าทักษะใดสร้างผลลัพธ์คุ้มค่าจริง ก่อนที่ความสามารถเหล่านั้นจะกลายเป็นความคาดหวังมาตรฐานของตลาดแรงงานในอนาคต

Spotify เปิดโปรแกรมสมาชิกสำหรับพอดแคสต์ ท้าชน Patreon โดยตรง
AI

Spotify เปิดโปรแกรมสมาชิกสำหรับพอดแคสต์ ท้าชน Patreon โดยตรง

Spotify เริ่มเปิดใช้งานโปรแกรม “Memberships” สำหรับพอดแคสต์ เพื่อให้ครีเอเตอร์ตั้งระบบสมาชิกแบบเสียเงินและเสนอคอนเทนต์พิเศษให้ผู้ฟังที่สมัครจ่ายได้ โดยเป้าหมายชัดเจนคือการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตรายการเสียงและทำให้ Spotify กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับเศรษฐกิจครีเอเตอร์ได้มากขึ้น สาระสำคัญของ…

OpenAI ชูความสามารถด้าน COBOL หวังช่วยธนาคารย้ายระบบเก่า
AI

OpenAI ชูความสามารถด้าน COBOL หวังช่วยธนาคารย้ายระบบเก่า

OpenAI ระบุว่ารุ่นโมเดลล่าสุดของบริษัทมีความสามารถในการทำงานกับภาษา COBOL ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธนาคารและสถาบันการเงิน ที่ยังพึ่งพาระบบเดิมซึ่งเขียนด้วยภาษาโบราณนี้มาหลายสิบปี ประเด็นสำคัญคือ COBOL ยังคงถูกใช้อยู่ในระบบธุรกรรมหลักจำนวนมาก แม้จะ…

MIT Tech Review ชี้ 2 ประเด็นเขย่าวงการ AI: ตีความโมเดลใหม่และปัญหาอินเทอร์เน็ตสำหรับเอเจนต์
AI

MIT Tech Review ชี้ 2 ประเด็นเขย่าวงการ AI: ตีความโมเดลใหม่และปัญหาอินเทอร์เน็ตสำหรับเอเจนต์

จดหมายข่าว The Download ของ MIT Technology Review ฉบับนี้หยิบ 2 ประเด็นใหญ่ในโลก AI ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากขึ้นมาเป็นแกนหลัก เรื่องแรกคือข้อถกเถียงจากบทความยาวของ Nick Cammarata นักวิจัยจากสตาร์ตอัป Goodfire ที่อ้างว่าโครงสร้างและพฤติกรรมของโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM อาจ “เข้าใจได้” และตรวจสอบได้…