Bungie ยืนยันยังไม่ทิ้ง Destiny แม้เพิ่งหยุดซัพพอร์ต Destiny 2
Bungie ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเชื่อมั่นกับแฟนๆ ว่าบริษัท “ยังไม่จบ” กับจักรวาล Destiny แม้ก่อนหน้านี้จะสร้างกระแสวิจารณ์หนักจากการตัดสินใจยุติการสนับสนุนเนื้อหาและบริการต่อเนื่องของ Destiny 2 ไปแล้ว…

Bungie ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเชื่อมั่นกับแฟนๆ ว่าบริษัท “ยังไม่จบ” กับจักรวาล Destiny แม้ก่อนหน้านี้จะสร้างกระแสวิจารณ์หนักจากการตัดสินใจยุติการสนับสนุนเนื้อหาและบริการต่อเนื่องของ Destiny 2 ไปแล้วไม่นาน การสื่อสารครั้งล่าสุดมาในรูปแบบวิดีโอสั้นราว 5 นาที โดยมีผู้บริหารระดับสตูดิโอและฝ่ายผลิตออกมาพูดตรงกับชุมชนผู้เล่นเป็นครั้งแรกในช่วงหลังประเด็นนี้
แกนสำคัญของข้อความคือ Bungie ยอมรับว่าความเชื่อมั่นจากผู้เล่นถูกสั่นคลอน และไม่ได้ขอให้แฟนๆ ไว้วางใจโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ยืนยันว่าบริษัทต้อง “พิสูจน์ตัวเอง” ผ่านผลงานที่จะต้องดีกว่าความคาดหวังเดิมของคนเล่น โดยเริ่มต้นจาก Destiny เอง ผู้บริหารระบุชัดว่าแบรนด์นี้คือรากฐานสำคัญของ Bungie และยังมีเรื่องราวอีกมากที่อยากเล่าต่อ เพียงแต่ต้องใช้เวลาและทำให้ถูกทาง
อีกประเด็นที่ถูกเน้นคือเป้าหมายของ Bungie ไม่ใช่แค่สานต่อซีรีส์เดิมแบบผิวเผิน แต่ต้องการพา Destiny กลับไปสู่ “คำมั่นเดิม” ที่เคยดึงดูดผู้เล่น ทั้งความลึกลับ ความรู้สึกของการค้นพบ และพลังของชุมชนผู้พิทักษ์ที่ร่วมต่อสู้กับอุปสรรคมหาศาล แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทอยากฟื้นภาพจำของแบรนด์ มากกว่าการเร่งประกาศภาคใหม่แบบ Destiny 3 ในทันที
สำหรับผู้เล่น Destiny 2 ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เจ็บปวด เพราะการสนับสนุนเกมถูกลดระดับลงอย่างมีนัยสำคัญหลังอัปเดต Monument of Triumph ในเดือนมิถุนายน ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเนื้อหาและกิจกรรมที่เคยเป็นหัวใจของเกมถูกปล่อยทิ้งไป การพูดถึงการ “เอาของที่ถูกเก็บเข้าคลังกลับมา” จึงเป็นสัญญาณว่าบริษัทรับรู้ถึงความไม่พอใจเรื่องการลบหรือถอดคอนเทนต์เก่าออกไปจากเกม
Deane ยังกล่าวถึงแผนที่จะนำแคมเปญ จุดหมายปลายทาง และเรดบางส่วนของ Destiny 2 กลับมาใช้งานอีกครั้ง โดยยอมรับว่าองค์ประกอบเหล่านี้ไม่ควรถูกตัดออกตั้งแต่แรก เพราะเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางที่ผู้เล่นเคยสร้างความทรงจำร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที และต้องรอให้ทีมงานมีเวลามากพอในการจัดการอย่างเหมาะสม
โดยรวมแล้ว ข้อความจาก Bungie ครั้งนี้เป็นทั้งการส่งสัญญาณว่าบริษัทไม่ได้ล้มเลิก Destiny และเป็นการเริ่มต้นกระบวนการกู้ศรัทธาหลังการตัดสินใจที่ทำให้แฟนเกมไม่พอใจ แต่ในเชิงปฏิบัติยังไม่มีคำยืนยันชัดเจนว่าจะเป็นการกลับมาสนับสนุน Destiny 2 เต็มรูปแบบ หรือปูทางไปสู่ Destiny ภาคใหม่ ผู้เล่นจึงยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Bungie ต่อไป


