รีวิว DMZ ของ Call of Duty: Modern Warfare 4 เปิดตัวได้น่าสนใจ แม้ยังตัดสินคุณภาพโดยรวมไม่ได้
IGN ระบุชัดว่าบทความนี้เป็นรีวิวเฉพาะโหมด DMZ ของ Call of Duty: Modern Warfare 4 โดยยังไม่รวมแคมเปญหลักและยังต้องรอความเห็นด้านมัลติเพลเยอร์หลังเกมวางจำหน่าย บทสรุปจากการเล่นช่วงต้นราว 5 ชั่วโมงคือ…

IGN ระบุชัดว่าบทความนี้เป็นรีวิวเฉพาะโหมด DMZ ของ Call of Duty: Modern Warfare 4 โดยยังไม่รวมแคมเปญหลักและยังต้องรอความเห็นด้านมัลติเพลเยอร์หลังเกมวางจำหน่าย บทสรุปจากการเล่นช่วงต้นราว 5 ชั่วโมงคือ DMZ เวอร์ชันใหม่นี้สร้างความประทับใจแรกได้ดี และดูเป็นการยกระดับแนว extraction shooter ที่ Call of Duty เคยทดลองไว้แล้วในปี 2022 กลับมาในจังหวะที่ตลาดแนวนี้มีคู่แข่งคุณภาพสูงมากขึ้นกว่าเดิม
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่แผนที่ในภูมิภาคสมมติของเกาหลีชื่อ Hajin ซึ่งออกแบบให้มีทั้งเขตเมืองหนาแน่น หมู่บ้าน พื้นที่อุตสาหกรรม เรือนจำ และโซนป่าหินที่ซ่อนจุดสนใจและของปล้นไว้มากมาย ตัวแผนที่มีขนาดใหญ่พอให้ภารกิจหนึ่งใช้เวลาเพียงบางส่วนของพื้นที่ทั้งหมด และเกมไม่ได้ใช้วงบีบแบบแบทเทิลรอยัล แต่ชักชวนผู้เล่นออกสำรวจด้วยระบบ Dynamic Operations ที่สุ่มภารกิจขึ้นมาระหว่างทาง เช่น ยึดของ ส่งของ ทำลายเป้าหมาย หรือคุ้มกันตัวละครสำคัญ
IGN มองว่าระบบ Dynamic Ops ทำให้การเล่นแต่ละรอบมีความน่าสนใจกว่ารายการภารกิจแบบเดิม เพราะผู้เล่นต้องปรับตัวตามสถานการณ์จริง ไม่สามารถเตรียมแผนได้ทุกกรณีล่วงหน้า และเมื่อทำภารกิจต่อเนื่องสำเร็จจะได้รางวัลเป็น supply drops ที่มีมูลค่าสูงขึ้นตามลำดับ จึงช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เสี่ยงเดินหน้าต่อแทนที่จะรีบถอนตัว
บรรยากาศใน Hajin ถูกยกให้มีชีวิตชีวาและสร้างแรงกดดันตลอดเวลา ทั้งขบวนยานพาหนะของศัตรู เฮลิคอปเตอร์ โดรน รถไฟที่วิ่งตามเวลา รวมถึงหุ่นยนต์สุนัขระเบิดและจุดตรวจทางทหารที่ซ่อนอยู่ตามเส้นทางต่าง ๆ ทำให้การเคลื่อนที่ทุกครั้งมีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิด ระบบ PvPvE ของเกมจึงไม่ได้พึ่งแค่ผู้เล่นคนอื่น แต่ยังอาศัย AI ฝั่งศัตรูจำนวนมากเพื่อกดดันและทำให้ทีมต้องระวังตัวอยู่เสมอ
ในด้านการปะทะ เกมถ่ายทอดความรู้สึกการยิงแบบ Call of Duty ได้ดีตามมาตรฐานซีรีส์ ทั้งความลื่นไหล ความเร็ว และความหนักแน่นของอาวุธที่เหมาะกับการต่อสู้ในโลกเปิด ขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตบางอย่าง เช่น การยกเลิกท่าปีนป่ายได้ทันทีเพื่อไม่ให้ติดอนิเมชันในจังหวะเสี่ยง อย่างไรก็ดี ผู้เขียนยังรู้สึกว่าอาวุธหลายชิ้นยังแยกเอกลักษณ์กันไม่เด่นนัก โดยยังยึดอยู่กับภาพจำของประเภทปืนทั่วไป
บทความยังกล่าวถึงโครงสร้างความก้าวหน้าอื่น ๆ เช่น ภารกิจเนื้อเรื่องที่เป็นสายเควสต์แบบมีโครงสร้างมากขึ้น ให้ความรู้สึกคล้ายแคมเปญย่อส่วนและมีฉากแปลกตาอย่างการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บผ่านสมรภูมิ รวมถึงระบบฐาน FOB ที่ใช้จัดการอุปกรณ์ คราฟต์ไอเท็ม อัปเกรดอาวุธ และเก็บทรัพยากรจากภาคสนาม อย่างไรก็ตาม ผู้รีวิวยังไม่แน่ใจว่าการทุ่มเงินในระบบอัปเกรดอาวุธจะคุ้มค่าจริงหรือไม่ เพราะความเสี่ยงในการตายแล้วเสียของมีราคาสูงยังดูชัดเจน
ท้ายที่สุด ความเห็นเบื้องต้นคือ DMZ รุ่นใหม่นี้เริ่มต้นได้ดี มีขนาดใหญ่ ระบบกิจกรรมที่ยืดหยุ่น และการผสมผสาน PvPvE ที่เข้มข้นพอจะดึงคนเล่นให้อยากกลับมาอีก แต่หลายอย่างยังต้องใช้เวลาและจำนวนรอบการเล่นมากกว่านี้เพื่อประเมินว่าเกมจะยืนระยะได้แค่ไหนเมื่อผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาในช่วงเปิดตัวเต็มรูปแบบ


